สวนมะนาวเมืองจันทร์ 5หมู่7 ต.ซึ้ง อ.ขลุง จ.จันทบุรี  www.chanapanmanaw.com 

24 items tagged "โรคที่สำคัญของมะนาว"

ทั้งหมด 1 - 5 จาก 24

โรครากเน่าโคนเน่าในมะนาว

สร้างใน วันศุกร์, 24 มกราคม 2557 23:53

โรครากเน่าโคนเน่าในมะนาว

โรครากเน่าและโคนเน่าในมะนาว โรครากเน่าโคนเน่าเกิดจากเชื้อราไฟท้อฟโธร่า (Phytophthora
   parasitica Dastur ) ส่วนใหญ่มักพบโรครากเน่าโคนเน่านี้ในช่วงฤดูฝนถึงฤดูหนาว เพราะฤดูฝนถึงช่วง
   ฤดูหนาวเป็นช่วงที่มีความชื้นสูง ทำให้ดินมีความชื้นสูงตามไปด้วย ทำให้จุลินทรีย์ที่ไม่เป็นประโยชน์ต่าง
   ที่อยู่ในดินเจริญเติบโตแพร่ขยายเผ่าพันธุ์ได้ดีและเร็ว
 
ลักษณะอาการของโรครากเน่าและโคนเน่า
 
ลักษณะอาการ จะเข้าทำลายรากฝอย รากแขนง และตามโคนต้นของมะนาว ส่วนใหญ่เกษตรกร
   ที่ปลูกมะนาวจะไม่ทราบเลยว่าต้นมะนาวที่ปลูกเป็นโรครากเน่าโคนเน่าจนกว่าต้นมะนาวจะเริ่มแสดงอา
   การออกมาให้เห็นทางใบคือ ใบของมะนาวเริ่มมีอาการเหลืองซีดโดยเริ่มที่เส้นกลางใบก่อนแล้วค่อยๆ
   ลุกลามไปเรื่อยๆ และใบก็จะเริ่มร่วงไปเรื่อยๆจนหมดต้นในที่สุด จากนั้นกิ่งของมะนาวเริ่มแห้ง และต้น
   มะนาวก็จะยืนต้นตายในที่สุด 
 
วิธีป้องกันหรือรักษา
 
• อย่าให้มีน้ำขัง บริเวณโคนต้น และไม่ควรใส่ปุ๋ยหมักหรือ ปุ๋ยคอกมากเกินในช่วงฤดูฝน
 
• ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่า คลุกผสมกับปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักในอัตราส่วนเชื้อราไตรโคเดอร์ม่า
   1 กิโลกรัม ต่อ ปุ๋ยคอก 50 กิโลกรัม คลุกผสมให้เข้ากันจากนั้นนำไปโรยรอยๆโคนต้น
   ของมะนาว ต้นละ ครึ่งกิโลกรัม หรือจะใช้วิธีผสมน้ำฉีดพ่นก็ได้โดยใช้เชื้อราไตรโค
   เดอร์ม่า 50 กรัม ผสมน้ำ 20 ลิตรแล้วนำไปฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณต้นมะนาว
 
• ใช้ เมทาแลกซิล โรครากเน่าโคนเน่า (Phytophthora parasitica Dastur.) ใช้ในอัตรา
   80-100กรัม ต่อน้ำ 1ลิตร ใช้ทาแผลที่เน่า ถากเปลือกออกบางๆ ให้เห็นขอบแผล หรือ
   ใช้ในอัตรา 20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ต่อพื้นที่ 2 ตารางเมตร รดดินใช้สำหรับรากเน่า

 
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทควา

 

อาการทางใบของโรครากเน่าโคนเน่าฟ

 

 

อาการของรากเน่าเปื่อย

 

โรคทริสเตซ่าในมะนาว

สร้างใน วันศุกร์, 24 มกราคม 2557 21:57

โรคทริสเตซ่าในมะนาว

โรคนี้เกิดจากการทำลายของเชื้อไวรัส ที่เรียกว่า Citrus tristeza virus หรือ CTV พบว่า โรคนี้เข้า
  ทำลายส้มได้ทุกสายพันธุ์ แต่มะนาวเป็นพันธุ์ส้มที่อ่อนแอต่อโรค และแสดงอาการของโรคได้รุนแรงมาก
  กว่าส้มพันธุ์อื่นๆ  การแพร่ระบาด ส่วนใหญ่โรคจะติดมากับกิ่งตอนหรือต้นตอที่เคยมีโรคเกิดมาก่อน หรือ
  ไม่ก็อาจจะโดยแมลงและเพลี้ยอ่อนบางชนิดที่มากัดกินหรือดูดอาหารจากต้นมะนาว
 
 
อาการโรค
เริ่มจากใบอ่อนที่อยู่ปลายกิ่งหรือยอดจะแสดงอาการผิดปกติ โดยมีขนาดเล็กลง ขอบใบโค้งบิดงอ
  ขึ้นหรือห่อเป็นรูปถ้วย สีซีดจางหรือด่าง เหลืองสลับเขียว คล้ายขาดธาตุอาหารโดยเฉพาะตามแนวของ
  เส้นใบ และจะยิ่งเห็นชัดขึ้นหากนำไปส่องดูกับแสงอาทิตย์ ใบพวกนี้จะล่วงหลุดจากต้นโดยง่าย ทำให้กิ่ง
  แขนงแห้งตายจากส่วนยอดลงมา ต้นพวกนี้จะไม่ให้ลูกผลหรือให้ผลน้อย ที่ให้ผลแล้วก็จะ แกรนมีขนาด
  เล็กลง ต้นมะนาวที่มีอายุมากแล้วลำต้นมีขนาดใหญ่พอสมควรจะมีลักษณะอาการที่บ่งบอกได้อีกอย่าง
  หนึ่งคือ เมื่อใช้มีดบากแล้วลอกเปลือกของลำต้นออกดูที่เนื้อไม้จะพบว่าเป็นรูเล็กๆ จำนวนมาก ส่วน
  เปลือกที่ลอกออกมาก็จะมีหนามแหลมยื่นออกมาตรงกับรูหรือรอยที่บุ๋มลงไปของเนื้อไม้ บางครั้งอาจ
  พบอาการยางไหลออกมาจากเปลือกของลำต้น หรือกิ่งที่มีขนาดใหญ่ ต้นมะนาวที่เป็นโรครุนแรงจะมีอา
  การโทรมอย่างรวดเร็ว และแห้งตายทั้งต้นในที่สุด
 

การป้องกันกำจัด

1. ใช้กิ่งพันธุ์ที่สะอาดหรือปลอดโรค

2. ป้องกันกำจัดแมลงต่างๆ หรือเพลี้ยอ่อนที่เป็นศัตรูส้มซึ่งอาจเป็นตัวนำหรือถ่ายเชื้อโดยการฉีด
    พ่นด้วยสารฆ่าแมลง
 
3. ดูแลรักษาต้นมะนาวให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง อย่าให้ขาดน้ำ ธาตุอาหารจำเป็น เพราะต้น
    มะนาวที่อ่อนแอจะง่ายต่อการเกิดโรค และเสียหายรุนแรงกว่าต้นที่แข็งแรง

โรคทริสเตซ่าในมะนาว

โรคทริสเตซ่าในมะนาว

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ
 

 

วิธีดูแลมะนาวเบื้องต้น

สร้างใน วันอังคาร, 03 ธันวาคม 2556 16:22

วิธีการดูแลมะนาว

การดูแลต้นมะนาวนั้น ทางสวนมะนาวเมืองจันทร์ มีวิธีการหลักๆในการดูแลดังนี้
 
   – การให้น้ำ การปลูกมะนาว ในระยะแรก ควรให้น้ำมะนาว อาทิตย์ละ 2-3ครั้ง
     โดยการให้ครั้งละ15-20นาที ถ้าปลูกตรงกับช่วงฤดูฝนไม่จำเป็นต้องให้น้ำเลย
 
   – วัชพืช    หมั่นคอยดูแลโคนต้นบริเวณทรงพุ่มและพื้นที่ในการปลูกมะนาว
      ไม่ควรจะปล่อยให้มีหญ้าขึ้นรก เนื่องจากพวกวัชพืชเหล่านี้จะคอยแย่งธาตุอาหารจาก
      ต้นมะนาวไปซึ่งจะทำให้ต้นมะนาวมีใบเป็นสีเหลือง ควรที่จะกำจัดโดยการ ดายหญ้า
      ตัดหญ้า บริเวณทรงพุ่มให้สะอาดเรียบร้อยอยู่เสมอ
 
   – ศัตรูพืช   มะนาวในระยะแรก ถ้ามีการแตกยอดอ่อนขึ้นมา มักจะมีหนอน,เพลี้ย
      เข้ามาทำลายใบอ่อนโดยการกัดกินดูดน้ำเลี้ยง ซึ่งจะทำให้ยอดอ่อนของมะนาวนั้นเสียหาย
      ให้พ่นยาป้องกันแมลงในระยะที่แตกยอดอ่อนไปจนถึงใบเป็นเพลาด โดยพ่นห่างกันครั้งละ
      7-10วัน ในอัตราส่วนที่ระบุข้างขวด  โดยทางสวนมะนาวเมืองจันทร์ ใช้สารกำจัดแมลงที่ชื่อ
      อะบาเม็กติน     สำหรับกำจัดหนอน ที่ชอบมากัดกินยอดอ่อน-ใบอ่อน
      คาโบซันแฟน    สำหรับกำจัด เพลี้ย ที่มาดูดน้ำเลี้ยงจากใบ ทำให้บิดเบี้ยว
      อิมิดาคลอพริด   ยี่ห้อ โปรวาโด ในการกำจัด พวกแมลงปากดูดทั้งหลาย
      โพรพาร์ไกต์      ยี่ห้อ โอไมท์ 57 ใช้ในการกำจัด ไรแดง
      โดยที่ทางสวน จะดูว่าช่วงเวลาไหนที่แมลงหรือศัตรูพืชชนิดใดระบาดหนัก
      ก็จะใช้ยาตัวนั้นกำจัดให้ตรงกับแมลงหรือศัตรูพืชนั้นๆ
 
  – การใส่ปุ๋ย   หลังจากปลูกมะนาวได้1เดือน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 21-7-14 หรือ 27-6-6
     โดยใส่เดือนละ1-2ครั้ง ครั้งละครึ่งกำมือ โดยใส่ไม่ให้ชิดบริเวณโคนต้นมากเกินไป
     ก่อนใส่ให้ทำการให้น้ำให้ดินชุ่มก่อน แล้วจึงค่อยทำการใส่ปุ๋ยลงไป หลังจากนั้น
     ก็ทำการให้น้ำเพื่อให้ปุ๋ยละลายอีกครั้ง
   
     และนี่ก็คือหลักวิธีการดุแลต้นมะนาวแบบง่ายๆ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
     ให้หาอ่านได้จาก บทความ ของเว็บไซต์ได้ครับ

ใส่ปุ๋ยมะนาววงบ่อซีเมนต์

สารกำจัดแมลงในสวนมะนาว,หนอน,ศัตรูพืช,เพลี้ยไฟ,ไรแดง,หนอนชอนใบ,

พ่นยามะนาว,อะบาเม็กติน,สารเคมี,กำจัด,ศัตรูพืช,หนอนชอนใบ,

แมลงศัตรูที่สำคัญประจำสวนมะนาว

สร้างใน วันอังคาร, 03 ธันวาคม 2556 15:48

แมลงศัตรูที่สำคัญประจำสวนมะนาว

สิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับชาวสวนมะนาวที่มองข้ามกันไปไม่ได้ นั่นก็คือแมลงศัตรูที่สำคัญประจำสวน
  มะนาวซึ่งแมลงศัตรูทั้งหลายนี้เป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ส่วนต่างๆของต้นมะนาวเสียหาย เช่น กิ่ง,ใบ,ผล
  และแมลงศัตรูบางชนิดก็ยังเป็นพาหะนำโรค เช่น ราดำ ซึ่งวันนี้ทางสวนมะนาวเมืองจันทร์ จะขอพูดถึง
  แมลงศัตรูที่สำคัญหลักๆที่พบได้ในสวนมะนาว มีดังนี้
หนอนชอนใบมะนาว
หนอนชอนใบมะนาวถือศัตรูตัวสำคัญอีกอย่างหนึ่งของชาวสวนมะนาวและพืชตระกูลส้มทั้งหลาย โดย
  จะถูกกัดกินทำลายบริเวณผิวใบจะเห็นเป็นเส้นคดเคี้ยว วกไปวนมาคล้ายทางเดินของหอยทาก และจะทำให้
  ใบหงิกงอ ขอบใบม้วนเข้าหาเส้นกลางใบ และใบไม่เจริญเติบโต ต้นมะนาวจะแคระแกร็นและไม่ติตผล 
          การดูแลป้องกันกำจัดหนอนชอนใบ ในระยะที่มะนาวแตกใบอ่อนจนถึงระยะที่ใบเพลาดควรพ่นยา
  ป้องกันกำจัดโดยใช้สารเคมีที่ชื่อว่า อะบาเม็กติน ฉีดพ่น หรือใช้สมุนไพรไล่แมลงฉีดพ่นได้
 
เพลี้ยไฟ นั้นถือเป็นศัตรูที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับชาวสวนมะนาว ซึ่งเพลี้ยไฟเป็นแมลงจำพวก
  แมลงปากดูด และมีขนาดลำตัวที่เล็กซึ่งเพลี้ยไฟจะเข้าดูดน้ำเลี้ยงจากยอดอ่อนมะนาว ซึ่งอาการของ
  ใบมะนาวที่ถูกเพลี้ยไฟเข้าทำลายจะมีอาการหยิกงอ ใบม้วนเข้าหากัน และผลของมะนาวที่ถูกเพลี้ยไฟเข้า
  ทำลายจะปรากฎรอยสีเทา เป็นวงบริเวณขั้วผล และก้นผลหรือเป็นขีดสีเทาตาม ความยาวของผล
การป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ เมื่อพบเพลี้ยไฟระบาดให้ทำการฉีดพ่น สารที่มีชื่อว่า คาโบซันแฟน หรือ
  สารเคมีที่มีชื่อว่า อิมิดาคลอพริด หรือสมุนไพรไล่แมลง ในอัตราที่เหมาะสม และไม่ควรฉีดพ่นในช่วงที่
  อากาศนั้นร้อนจัด ควรฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือในช่วงเวลาเย็น
 
3.แมลงค่อมทอง 
แมลงค่อมทองเป็นแมลงปีกแข็งตัวออกสีเหลืองไข่ มีปากคล้ายด้วง มักพบได้ในช่วงเดือนธันวาคมถึง
  เดือนเมษายน ถือเป็นช่วงฤดูผสมพันธุ์ของแมลงค่อมทอง ลักษณะการเข้ามาทำลายของแมลงค่อมทอง
  แมลงค่อมทองจะเข้ามากัดกินใบมะนาวโดยส่วนมากจะกัดกินที่ใบแก่ทำให้ใบมะนาวนั้นแหว่ง
การป้องกันกำจัด หากพบแมลงค่อมทองไม่มากสามารถหยิบจับแมลงค่อมทองไปโยนทิ้งนอกแปลง
  ได้หากพบแมลงค่อมทองระบาดหนักให้ใช้สารเคมีที่มีชื่อว่าคาร์บาริลหรือเรียกอีกชื่อว่าเซฟวินฉีดพ่นได้
 
ไรแดงส่วนใหญ่มักจะพบมากในฤดูร้อนและจะเข้ามาทำลายโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากยอดอ่อนของ
  ใบมะนาว ซึ่งจะทำให้ใบมะนาวหยิกงอ ส่วนผลของมะนาวที่ถูกไรแดงเข้าทำลาย ผลจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน
  และก็เปลี่ยนมาเป็นสีน้ำตาล ซึ่งจะทำให้ผลร่วงหล่นเร็วกว่าช่วงเวลาที่เก็บเกี่ยว
การป้องกันกำจัดไรแดง ในช่วงที่พบไรแดงระบาดสามารถใช้ผงกำมะถันชนิดละลายน้ำ ในอัตราที่
  เหมาะสม หรือใช้สารจำพวกไดโคโฟล,โพรพาร์ไกต์,ไพริดาเบน ฉีดพ่น
 
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ 

หนอนชอนใบ

เพลี้ยไฟมะนาว

แมลงค่อมทอง

โรคที่สำคัญของมะนาว

สร้างใน วันอังคาร, 03 ธันวาคม 2556 15:00

โรคที่สำคัญของมะนาว

          ลักษณะอาการ จะเกิดขึ้นได้แทบทุกส่วน ทั้งที่ใบ กิ่งก้าน และผล โดยอาการที่ใบ
     และผลจะมีลักษณะคล้ายกัน คือจะเกิดเป็นแผลกลม แล้วจะขยายใหญ่ ฟู นูนคล้ายฟอง
     น้ำ มีสีเหลืองอ่อนถึงสีเหลืองเข้ม ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม และจะแตกเป็นสะเก็ด
     มีวงแหวนสีเหลืองล้อมรอบแผล ส่วนอาการที่กิ่งก้าน จะมีแผลฟูนูนสีเหลือง ต่อมาแผลจะ
     แตกแห้งเป็นสีน้ำตาลขยายไปรอบๆ กิ่ง รูปร่างธองแผลไม่แน่นอน และไม่มีวงแหวนล้อม
     รอบ เมื่อต้นมะนาวเป็นโรคนี้มากๆ จะแสดงอาการต้นโทรม แคระแกร็น ใบร่วง ผลผลิตลด
     ลงกิ่งและต้นจะแห้งตายในที่สุด
 
          การป้องกันกำจัด ตัดแต่งส่วนที่เป็นโรคเผาทำลาย ไม่ขยายพันธุ์จากต้นแม่ที่เป็นโรค
     แคงเกอร์ พยายามอย่าให้มะนาวเกิดบาดแผล และ ป้องกันแมลงที่เป็นพาหะ เช่น หนอน
     ชอนใบ ด้วยการฉีดพ่นอะบาเม็กติน  และพ่นสารป้องกันโรคแคงเกอร์ด้วย คอปเปอร์ไฮ
 
2. โรคราดำ
    ลักษณะอาการ ใบ กิ่งก้าน และผลจะมีราสีดำ สกปรกกระด้างทำให้ผมไม่สวยต้น
     มะนาวจะแคระแกร็น การป้องกันกำจัด ทำลายส่วนที่เป็นโรคโดยการเผาไฟหรือใช้ สาร
     เคมีกำจัดแมลงฉีดพ่นเพื่อกำจัดแมลงประเภทปากดูดจำพวกเพลี้ยแป้งชึ่งเป็นสาเหตุ ทำ
     ให้เกิดโรคราดำ
 
3. โรคกรีนนิ่ง (ใบแก้ว)
          ลักษณะอาการ ใบจะด่างเป็นสีเหลือง หรือขาวใสระหว่างเส้นใบ ใบมีขนาดเล็กลง
     ในที่สุดใบและยอดจะแห้งตาย ผลมีขนาดเล็ก น้ำหนักน้อย ต้นจะโทรม
 
          การป้องกันกำจัดทำลายส่วนที่เป็นโรคโดยการเผาไฟ ใส่ปุ๋ยที่มี ธาตุสังกะสีและ
     แมกนีเชียม ปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของดินใหัอยู่ระหว่าง 6.0-6.5
 
4. โรคยางไหล
          ลักษณะอาการ มีอาการยางไหลบริเวญลำต้น เปลือกจะเน่าและแผลจะลุกลาม
    ไปถึงเนื้อไม้การป้องกันกำจัด ควรตัดแต่งกิ่งและกำจัดวัชพืชเพื่อให้แสงแดดส่องได้ทั่วถึงและ
    ควรทาบาดแผลด้วยสารทองแดงหรือกำมะถันผสมปูนขาว ถ้ามีการระบาดมากก็เผาทำลายเสีย
ลักษณะอาการที่เกิดกับกิ่งก้านแต่ไม่มีแผลเน่าจะเกิดจากการขาดธาตุโบรอนและทองแดง
    ควรฉีดพ่นธาตุโบรอนและทองแดงเพื่อป้องกันลำกิ่งแตกเปราะง่ายจนเกิดยางไหล
 
    ลักษณะอาการ รากฝอยและรากแขนง จะเน่ามีสีน้ำตาลหรือดำ ลักษณะเหนียว ไม่ยุ่ย เปลือก
    ของลำต้นจะปริแตกออก โดยเฉพาะโคนต้น และมียางไหลบริเวณขอบแผล เมื่อรากและต้นถูก
    ทำลายมากๆ จะทำให้ใบเหลืองและร่วงหล่น
 
         การป้องกันกำจัด อย่าให้มีน้ำขัง บริเวณโคนต้น และไม่ควรใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกมากเกิน
    ในช่วงฤดูฝน การรักษาให้ใช้สาร เมทาแลกซิล หรือเชื้อไตรโครเดอร์ม่าผสมน้ำราดลงที่โคนต้น

โรคแคงเกอร์

โรคกรีนนิ่ง

โรคยางไหล

โรครากเน่าโคนเน่า

    แหล่งที่มาจาก สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

    หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านได้จาก บทความ ของเว็บไซต์

 
คุณอยู่ที่: Home