สวนมะนาวเมืองจันทร์ 5หมู่7 ต.ซึ้ง อ.ขลุง จ.จันทบุรี  www.chanapanmanaw.com 

5 items tagged "เพลี้ยไฟในสวนมะนาว"

ทั้งหมด 1 - 5 จาก 5

ลักษณะอาการใบมะนาวที่ถูกศัตรูพืชต่างๆเข้าทำลาย

สร้างใน วันพฤหัสบดี, 21 สิงหาคม 2557 14:52

ลักษณะอาการใบมะนาวที่ถูกศัตรูพืชต่างๆเข้าทำลาย

มีเพื่อนๆชาวสวนมะนาวมือใหม่หลายท่าน ได้ถามกับทางสวนมะนาวเมืองจันทร์ มาว่าเพิ่งปลูกมะนาวไป ทำไมแตก
  ยอดอ่อนออกมาแล้วใบหยิกหมด แก้ยังไง วันนี้ทางสวนมะนาวเมืองจันทร์ จึงจะขออธิบายลักษณะอาการของใบมะนาวที่
  ถูกศัตรูชนิดต่างๆเข้าทำลายว่าเป็นอย่างไรบ้าง เอาไว้ในบทความนี้ เพื่อที่จะได้ให้ผู้ปลูกมะนาวหลายท่านที่ยังไม่รู้และผู้ที่
  สนใจที่จะปลูกมะนาว จะได้ศึกษาค้นคว้าข้อมูลและได้รู้วิธีป้องกันแก้ไขกันไป
1.ลักษณะอาการใบมะนาวที่ถูกหนอนชอนใบเข้าทำลาย
ส่วนมากหนอนชอนใบจะเข้าทำลายเฉพาะยอดอ่อน ลักษณะของใบมะนาวที่ถูกหนอน
ชอนใบมะนาวเข้าทำลาย จะมีลักษณะ บิดๆเบี้ยวๆ ใบม้วนติดกัน มีรอยแผล และคราบ
คล้ายๆรอยหอยทากเดิน 
การระบาดของหนอนชอนใบสามารถพบเจอได้ทั้งปีโดยเฉพาะช่วงที่มะนาว
แตกใบอ่อน
วิธีป้องกันและดูแล
ทุกครั้งที่มะนาวเริ่มแตกยอดอ่อนออกมา ควรพ่นสาร อะบาเม็กติน ป้องกันไว้ พ่นห่างกัน 
7-10วันต่อครั้ง หากถูกหนอนชอนใบเข้าทำลายแล้ว ให้พ่นสาร อะบาเม็กติน กำจัดหนอน
ในอัตราที่เข้มกว่าพ่นป้องกัน ในส่วนใบที่ถูกหนอนชอนใบเข้าทำลายจนยอดอ่อนเป็น
แผลให้ทำการตัดยอดนั้นทิ้งเสีย โดยเฉพาะมะนาวแป้นรำไพ เพราะเชื้อราที่ทำให้เกิดโรค
แคงเกอร์ จะเข้ามาทางแผลที่ถูกหนอนชอนใบเข้าทำลายได้ง่าย ซึ่งจะทำให้เกิดโรค
แคงเกอร์ได้ง่าย หากไม่ตัดยอดนั้นทิ้งให้พ่นสารคอปเปอร์ไฮดร๊อกไซด์ ป้องกันโรค
แคงเกอร์ไว้อย่างสม่ำเสมอ
 
2. ลักษณะอาการใบมะนาวที่ถูกเพลี้ยไฟเข้าทำลาย
ในทุกครั้งที่มะนาวแตกยอดอ่อนออกมา เพลี้ยไฟจะเข้ามาดูดน้ำเลี้ยงจากยอดอ่อนนั้นๆ
ทำให้ ใบมะนาวที่ถูกเพลี้ยไฟเข้าทำลาย จะมีลักษณะ เสียรูปทรง ใบบิดๆคดๆ ใบรีบเล็ก
ไม่เรียวสวยเหมือนใบมะนาวปกติ เมื่อใบมะนาวแก่ จะมีคราบราดำติดอยู่บริเวณผิวใบ
การระบาดของเพลี้ยไฟส่วนมากจะพบในฤดูร้อน
วิธีป้องกันและดูแล
การพ่นสารป้องกันเพลี้ยไฟ ให้ใช้สาร คาโบซันแฟน หรือสารอิมิดาคลอพริด พ่นห่างกัน
ทุกๆ7-10วันต่อครั้ง
 
3. ลักษณะอาการของใบมะนาวที่ถูกไรแดงหรือไรแดงแอฟริกันเข้าทำลาย
โดยส่วนมากไรแดงสามารถเข้าทำลาย ได้ทั้งใบอ่อนและใบแก่ แต่ส่วนมากจะชอบดูด
น้ำเลี้ยงจากใบอ่อนมะนาวมากกว่า ลักษณะอาการของใบมะนาวที่ถูกไรแดงเข้าทำลาย
ใบมะนาวจะสูญเสียคลอโรฟิวล์ ทำให้ใบมะนาวมีสีเขียวไม่เสมอทั้งใบ มีจุดสีเหลือง
อ่อนเล็กๆทั่วทั้งใบที่ถูกไรแดงเข้าทำลาย เมื่อใบแก่ ใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองผืดๆ
การระบาดของไรแดงพบมากในช่วงเริ่มเข้าฤดูหนาวจนถึงปลายๆฤดูร้อน หรือใน
ช่วงที่มีอากาศร้อนและฝนตกสลับกันบ่อยๆ
วิธีป้องกันและดูแล
การพ่นยาป้องกันและกำจัดให้ใช้สาร กำมะถันชนิดผงละลายน้ำฉีดพ่น หรือสารโพพาไกต์
,อิมิทราซ,ไพริดาเบน ฉีดพ่นห่างกัน7วันต่อครั้ง การพ่นให้สลับใช้สารในการฉีดพ่น
ป้องกันไรแดงดื้อยา
 
4.ลักษณะอาการของใบมะนาวที่ถูกแมลงค่อมทองเข้าทำลาย
แมลงค่อมทอง เป็นแมลงปีกแข็ง ชอบเข้ามากัดกินใบมะนาวทั้งใบอ่อนและใบแก่
ใบมะนาวที่ถูกแมลงค่อมทองเข้าทำลายจะมีลักษณะแหว่งขาดไปทั้งใบ เมื่อกินใบมะนาว
แล้วชอบทิ้งขี้สีดำๆก้อนเล็กๆไว้ให้เปรอะคาใบมะนาว แมลงค่อมทองเมื่อถูกจู่โจมหรือเราไป
เขย่ากิ่งจะชอบทิ้งตัวหล่นลงไปข้างล่าง
การระบาดของแมลงค่อมทอง สามารถพบได้ทั้งปี โดยเฉพาะฤดูร้อน
วิธีป้องกันและดูแล
การพ่นยากำจัดให้ใช้สาร คาร์บาริล(เซฟวิน85),สารอะซีเฟท75 SP% หากพบไม่มากให้จับ
ไปโยนทิ้งนอกแปลง

หนอนชอนใบเข้าทำลาย

 

 

เพลี้ยไฟเข้าทำลาย

 

ไรแดงเข้าทำลาย

 

 

แมลงค่อมทองเข้าทำลาย

แมลงศัตรูที่สำคัญประจำสวนมะนาว

สร้างใน วันอังคาร, 03 ธันวาคม 2556 15:48

แมลงศัตรูที่สำคัญประจำสวนมะนาว

สิ่งหนึ่งที่สำคัญสำหรับชาวสวนมะนาวที่มองข้ามกันไปไม่ได้ นั่นก็คือแมลงศัตรูที่สำคัญประจำสวน
  มะนาวซึ่งแมลงศัตรูทั้งหลายนี้เป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ส่วนต่างๆของต้นมะนาวเสียหาย เช่น กิ่ง,ใบ,ผล
  และแมลงศัตรูบางชนิดก็ยังเป็นพาหะนำโรค เช่น ราดำ ซึ่งวันนี้ทางสวนมะนาวเมืองจันทร์ จะขอพูดถึง
  แมลงศัตรูที่สำคัญหลักๆที่พบได้ในสวนมะนาว มีดังนี้
หนอนชอนใบมะนาว
หนอนชอนใบมะนาวถือศัตรูตัวสำคัญอีกอย่างหนึ่งของชาวสวนมะนาวและพืชตระกูลส้มทั้งหลาย โดย
  จะถูกกัดกินทำลายบริเวณผิวใบจะเห็นเป็นเส้นคดเคี้ยว วกไปวนมาคล้ายทางเดินของหอยทาก และจะทำให้
  ใบหงิกงอ ขอบใบม้วนเข้าหาเส้นกลางใบ และใบไม่เจริญเติบโต ต้นมะนาวจะแคระแกร็นและไม่ติตผล 
          การดูแลป้องกันกำจัดหนอนชอนใบ ในระยะที่มะนาวแตกใบอ่อนจนถึงระยะที่ใบเพลาดควรพ่นยา
  ป้องกันกำจัดโดยใช้สารเคมีที่ชื่อว่า อะบาเม็กติน ฉีดพ่น หรือใช้สมุนไพรไล่แมลงฉีดพ่นได้
 
เพลี้ยไฟ นั้นถือเป็นศัตรูที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งสำหรับชาวสวนมะนาว ซึ่งเพลี้ยไฟเป็นแมลงจำพวก
  แมลงปากดูด และมีขนาดลำตัวที่เล็กซึ่งเพลี้ยไฟจะเข้าดูดน้ำเลี้ยงจากยอดอ่อนมะนาว ซึ่งอาการของ
  ใบมะนาวที่ถูกเพลี้ยไฟเข้าทำลายจะมีอาการหยิกงอ ใบม้วนเข้าหากัน และผลของมะนาวที่ถูกเพลี้ยไฟเข้า
  ทำลายจะปรากฎรอยสีเทา เป็นวงบริเวณขั้วผล และก้นผลหรือเป็นขีดสีเทาตาม ความยาวของผล
การป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ เมื่อพบเพลี้ยไฟระบาดให้ทำการฉีดพ่น สารที่มีชื่อว่า คาโบซันแฟน หรือ
  สารเคมีที่มีชื่อว่า อิมิดาคลอพริด หรือสมุนไพรไล่แมลง ในอัตราที่เหมาะสม และไม่ควรฉีดพ่นในช่วงที่
  อากาศนั้นร้อนจัด ควรฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือในช่วงเวลาเย็น
 
3.แมลงค่อมทอง 
แมลงค่อมทองเป็นแมลงปีกแข็งตัวออกสีเหลืองไข่ มีปากคล้ายด้วง มักพบได้ในช่วงเดือนธันวาคมถึง
  เดือนเมษายน ถือเป็นช่วงฤดูผสมพันธุ์ของแมลงค่อมทอง ลักษณะการเข้ามาทำลายของแมลงค่อมทอง
  แมลงค่อมทองจะเข้ามากัดกินใบมะนาวโดยส่วนมากจะกัดกินที่ใบแก่ทำให้ใบมะนาวนั้นแหว่ง
การป้องกันกำจัด หากพบแมลงค่อมทองไม่มากสามารถหยิบจับแมลงค่อมทองไปโยนทิ้งนอกแปลง
  ได้หากพบแมลงค่อมทองระบาดหนักให้ใช้สารเคมีที่มีชื่อว่าคาร์บาริลหรือเรียกอีกชื่อว่าเซฟวินฉีดพ่นได้
 
ไรแดงส่วนใหญ่มักจะพบมากในฤดูร้อนและจะเข้ามาทำลายโดยการดูดกินน้ำเลี้ยงจากยอดอ่อนของ
  ใบมะนาว ซึ่งจะทำให้ใบมะนาวหยิกงอ ส่วนผลของมะนาวที่ถูกไรแดงเข้าทำลาย ผลจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน
  และก็เปลี่ยนมาเป็นสีน้ำตาล ซึ่งจะทำให้ผลร่วงหล่นเร็วกว่าช่วงเวลาที่เก็บเกี่ยว
การป้องกันกำจัดไรแดง ในช่วงที่พบไรแดงระบาดสามารถใช้ผงกำมะถันชนิดละลายน้ำ ในอัตราที่
  เหมาะสม หรือใช้สารจำพวกไดโคโฟล,โพรพาร์ไกต์,ไพริดาเบน ฉีดพ่น
 
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ 

หนอนชอนใบ

เพลี้ยไฟมะนาว

แมลงค่อมทอง

โรคที่สำคัญของมะนาว

สร้างใน วันอังคาร, 03 ธันวาคม 2556 15:00

โรคที่สำคัญของมะนาว

          ลักษณะอาการ จะเกิดขึ้นได้แทบทุกส่วน ทั้งที่ใบ กิ่งก้าน และผล โดยอาการที่ใบ
     และผลจะมีลักษณะคล้ายกัน คือจะเกิดเป็นแผลกลม แล้วจะขยายใหญ่ ฟู นูนคล้ายฟอง
     น้ำ มีสีเหลืองอ่อนถึงสีเหลืองเข้ม ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม และจะแตกเป็นสะเก็ด
     มีวงแหวนสีเหลืองล้อมรอบแผล ส่วนอาการที่กิ่งก้าน จะมีแผลฟูนูนสีเหลือง ต่อมาแผลจะ
     แตกแห้งเป็นสีน้ำตาลขยายไปรอบๆ กิ่ง รูปร่างธองแผลไม่แน่นอน และไม่มีวงแหวนล้อม
     รอบ เมื่อต้นมะนาวเป็นโรคนี้มากๆ จะแสดงอาการต้นโทรม แคระแกร็น ใบร่วง ผลผลิตลด
     ลงกิ่งและต้นจะแห้งตายในที่สุด
 
          การป้องกันกำจัด ตัดแต่งส่วนที่เป็นโรคเผาทำลาย ไม่ขยายพันธุ์จากต้นแม่ที่เป็นโรค
     แคงเกอร์ พยายามอย่าให้มะนาวเกิดบาดแผล และ ป้องกันแมลงที่เป็นพาหะ เช่น หนอน
     ชอนใบ ด้วยการฉีดพ่นอะบาเม็กติน  และพ่นสารป้องกันโรคแคงเกอร์ด้วย คอปเปอร์ไฮ
 
2. โรคราดำ
    ลักษณะอาการ ใบ กิ่งก้าน และผลจะมีราสีดำ สกปรกกระด้างทำให้ผมไม่สวยต้น
     มะนาวจะแคระแกร็น การป้องกันกำจัด ทำลายส่วนที่เป็นโรคโดยการเผาไฟหรือใช้ สาร
     เคมีกำจัดแมลงฉีดพ่นเพื่อกำจัดแมลงประเภทปากดูดจำพวกเพลี้ยแป้งชึ่งเป็นสาเหตุ ทำ
     ให้เกิดโรคราดำ
 
3. โรคกรีนนิ่ง (ใบแก้ว)
          ลักษณะอาการ ใบจะด่างเป็นสีเหลือง หรือขาวใสระหว่างเส้นใบ ใบมีขนาดเล็กลง
     ในที่สุดใบและยอดจะแห้งตาย ผลมีขนาดเล็ก น้ำหนักน้อย ต้นจะโทรม
 
          การป้องกันกำจัดทำลายส่วนที่เป็นโรคโดยการเผาไฟ ใส่ปุ๋ยที่มี ธาตุสังกะสีและ
     แมกนีเชียม ปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของดินใหัอยู่ระหว่าง 6.0-6.5
 
4. โรคยางไหล
          ลักษณะอาการ มีอาการยางไหลบริเวญลำต้น เปลือกจะเน่าและแผลจะลุกลาม
    ไปถึงเนื้อไม้การป้องกันกำจัด ควรตัดแต่งกิ่งและกำจัดวัชพืชเพื่อให้แสงแดดส่องได้ทั่วถึงและ
    ควรทาบาดแผลด้วยสารทองแดงหรือกำมะถันผสมปูนขาว ถ้ามีการระบาดมากก็เผาทำลายเสีย
ลักษณะอาการที่เกิดกับกิ่งก้านแต่ไม่มีแผลเน่าจะเกิดจากการขาดธาตุโบรอนและทองแดง
    ควรฉีดพ่นธาตุโบรอนและทองแดงเพื่อป้องกันลำกิ่งแตกเปราะง่ายจนเกิดยางไหล
 
    ลักษณะอาการ รากฝอยและรากแขนง จะเน่ามีสีน้ำตาลหรือดำ ลักษณะเหนียว ไม่ยุ่ย เปลือก
    ของลำต้นจะปริแตกออก โดยเฉพาะโคนต้น และมียางไหลบริเวณขอบแผล เมื่อรากและต้นถูก
    ทำลายมากๆ จะทำให้ใบเหลืองและร่วงหล่น
 
         การป้องกันกำจัด อย่าให้มีน้ำขัง บริเวณโคนต้น และไม่ควรใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกมากเกิน
    ในช่วงฤดูฝน การรักษาให้ใช้สาร เมทาแลกซิล หรือเชื้อไตรโครเดอร์ม่าผสมน้ำราดลงที่โคนต้น

โรคแคงเกอร์

โรคกรีนนิ่ง

โรคยางไหล

โรครากเน่าโคนเน่า

    แหล่งที่มาจาก สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

    หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านได้จาก บทความ ของเว็บไซต์

 

ไรแดงศัตรูพืชในสวนมะนาว

สร้างใน วันอังคาร, 03 ธันวาคม 2556 14:43

ไรแดงศัตรูพืชในสวนมะนาว

ไรแดงถือเป็นศัตรูพืชที่สำคัญสำหรับพืชตระกูลส้ม และพืชชนิดอื่นๆ ซึ่งไรแดงที่พบในสวนมะนาวนั้น
  หลักๆก็คือไรแดงแอฟริกัน(African red mite)และไรสนิมส้มซึ่งทางสวนก็พบกับปัญหาที่ไรแดงระบาดหนัก
  ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ในช่วงที่ฝนทิ้งช่วงและกำลังเปลี่ยนเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งตอนกลางวันอากาศมักจะ
  ร้อนอบอ้าว ซึ่งมักจะพบไรแดงระบาดหนักในช่วงนี้ วันนี้ทางสวนจึงได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับไรแดง มาให้
  เพื่อนๆชาวสวนมะนาวและเกษตรกรที่สนใจได้รู้จักกับไรแดงกันครับ
 
ไรแดงแอฟริกัน (African red mite) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Eutetranychus africanus (Tucker)
  จัดอยู่ในวงศ์  Tetranychidae 
ลักษณะทางชีววิทยาของไรแดง
- เพศเมีย ลำตัวกลมแบนมีสีแดงเข้มหรือน้ำตาลเกือบดำ ขนบนลำตัวด้านหลังสั้นคล้ายกระบอง ขาทั้ง
  4 คู่ มีสีเหลืองอ่อน จะอยู่นิ่งกับที่ ความยาวของลำตัวประมาณ 0.3-0.4 มิลลิเมตร และกว้างประมาณ 0.3
  มิลลิเมตร
- เพศผู้ ลำตัวมีสีน้ำตาลอ่อน ขนาดเล็กกว่าเพศเมีย
  ด้านหน้าของลำตัวกว้างและค่อยๆ เรียวแคบเล็กลงทางด้านท้าย ก้นแหลมและขายาวจะเคลื่อนที่ตลอด
  เวลา ความยาวของลำตัวเฉลี่ย 0.25 มิลลิเมตร และกว้าง 0.17 มิลลิเมตร
 
วงจรชีวิตของไรแดง
วงจรชีวิตของไรแดงแอฟริกันที่เจริญเติบโตบนส้มเขียวหวาน จากระยะไข่จนกระทั่งเป็นตัวเต็มวัย
  ใช้เวลานานเฉลี่ย 9.4 วัน เพศเมีย 1 ตัว สามารถวางไข่ได้ตลอดชั่วอายุขัยเฉลี่ย 12.7 ฟอง และมีชีวิตอยู่
  ได้นาน 9.8 วัน
 
ลักษณะการเข้าทำลายของไรแดง
ไรแดงแอฟริกันทั้งในระยะตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงบริเวณด้านบนใบพืชโดยเฉพาะอย่าง
  ยิ่งใบแก่ ทำให้ใบเปลี่ยนเป็นสีเขียวจางและเหลืองซีด  เนื่องจากใบพืชได้สูญเสียคลอโรฟิล  ในไม้ผลตระ
  กูลส้ม เช่น มะนาว ส้มเขียวหวาน และส้มโอ ไรชนิดนี้ลงทำลายผลด้วย  ทำให้สีของผลเปลี่ยนเป็นสีเขียว
  จาง หากการทำลายเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในขณะที่ผลส้มยังเล็ก มีผลทำให้ผลร่วงในที่สุด
 
ช่วงที่พบการระบาดของไรแดง
ไรแดงแอฟริกันระบาดปริมาณสูงในฤดูแล้งระหว่างเดือนธันวาคม-พฤษภาคมและในฤดูฝนที่ฝนไม่ตก
  ติดต่อกันเป็นเวลานาน จากการสำรวจและติดตามการผันแปรประชากรของไรแดงแอฟริกันในสวนทุเรียนที่
  จ.จันทบุรี  พบว่าประชากรไรแดงจะเริ่มมีปริมาณสูงในเดือนกันยายน-ตุลาคม  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝน
  และความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ
 
การป้องกันกำจัดไรแดง
  ในช่วงที่พบไรแดงระบาดสามารถใช้ผงกำมะถันชนิดละลายน้ำ ในอัตราที่เหมาะสมหรือใช้สารจำพวก
  ไดโคโฟล,โพรพาร์ไกต์(โอไมท์570),ไพริดาเบน ฉีดพ่น
 

อาการที่ถูกไรแดงเข้าทำลาย

 

 

ไรแดงมะนาว

อ้างอิงข้อมูลจาก http://www.thaikasetsart.com/
 

เพลี้ยไฟในสวนมะนาว

สร้างใน วันอังคาร, 01 ตุลาคม 2556 22:56

เพลี้ยไฟในสวนมะนาว

เพลี้ยไฟ (Thrips) เป็นแมลงขนาดเล็ก จัดอยู่ในจำพวกแมลงปากดูด  ซึ่งชาวสวนมะนาวหรือเกษตรกรหลายๆท่านคงจะต้อง
รู้จักกันดี เพราะว่าเพลี้ยไฟถือว่าเป็น ศัตรูพืชที่สำคัญ ชนิดหนึ่งสำหรับเกษตรกรไทยกันเลยทีเดียว วันนี้ทางสวนมะนาวเมืองจันทร์
จึงขอพูดถึงเพลี้ยไฟ ให้เพื่อนๆ ชาวสวนมะนาวและเกษตรกรไทยหลายๆท่านได้รู้จักกัน
 
รูปร่างลักษณะของเพลี้ยไฟ  
 
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับรูปร่างลักษณะของเพลี้ยไฟในแต่ละวัยกันก่อน ซึ่งมีดังนี้
•  ไข่
มีอายุประมาณ 3-4 วัน
•  ตัวอ่อน
จะฟักออกจากไข่ ตัวอ่อนอาจมี 2 ระยะเรียกว่าตัวอ่อนระยะที่ 1 และตัวอ่อนระยะที่ 2 มีรูปร่างเรียว
แหลมสีเหลือง สีแดง หรือสีดำ แล้วแต่ชนิด อายุตัวอ่อนประมาณ 4-5 วัน
•  ระยะก่อนเข้าดักแด้
มีลักษณะเหมือนตัวอ่อนแต่ไม่ค่อยเคลื่อนไหว สังเกตได้โดยหนวดจะหดสั้นและชี้ตรงไปข้างหน้า
ระยะนี้กินเวลาไม่เกิน 1 วัน
•  ระยะดักแด้ 
มีแผ่นปีก 2 คู่ หนวดจะงอชี้กลับไปข้างหลังเหนือศีรษะไม่ค่อยเคลื่อนไหว ระยะนี้กินเวลาประมาณ 1-2 วัน
•  ตัวเต็มวัย
มีรูปร่างเหมือนตัวอ่อน มีปีก 2 คู่ แต่บางครั้งปีกของตัวผู้จะหดสั้นเป็นตุ่มปีกเท่านั้น ขนาดของเพลี้ยไฟ
มีความยาวลำตัวประมาณ ๐.๕-๑๔ มิลลิเมตร แล้วแต่ชนิด
 
ช่วงที่เพลี้ยไฟระบาดหนักในสวนมะนาว
ช่วงที่พบเพลี้ยไฟระบาดหนักในสวนมะนาวนั้น ส่วนมากเพลี้ยไฟมักจะระบาด
หนักในช่วงฤดูร้อนหรือในช่วงที่มีสภาพอากาศร้อนส่วนมากจมักจะพบเพลี้ยไฟ
ระบาดตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม ของทุกปี
 
ลักษณะการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟในสวนมะนาว
เพลี้ยไฟจะเข้าดูดน้ำเลี้ยงจากยอดอ่อนมะนาว ซึ่งอาการของใบมะนาวที่ถูกเพลี้ยไฟเข้า
ทำลายจะมีอาการหยิกงอ ใบม้วนเข้าหากัน และลักษณะของใบจะผิดรูปทรง และผลของ
มะนาวที่ถูกเพลี้ยไฟเข้าทำลายจะปรากฎรอยสีเทาเป็นวงบริเวณขั้วผล และก้นผลหรือเป็น
ขีดสีเทาตามความยาวของผล
เพลี้ยไฟเข้าทำลายใบมะนาว
การป้องกันและกำจัดเพลี้ยไฟในสวนมะนาว
การป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ เมื่อพบเพลี้ยไฟระบาดให้ทำการฉีดพ่น สารที่มีชื่อว่า คาร์โบซัลแฟน หรือสารเคมีที่มีชื่อว่า อิมิดาคลอพริด
หรือสมุนไพรไล่แมลง ในอัตราที่เหมาะสม และไม่ควรฉีดพ่นในช่วงที่อากาศนั้นร้อนจัด ควรฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือในช่วงเวลาเย็น

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ

 

คุณอยู่ที่: Home