สวนมะนาวเมืองจันทร์ 5หมู่7 ต.ซึ้ง อ.ขลุง จ.จันทบุรี  www.chanapanmanaw.com 

15 items tagged "วิธีดูแลมะนาว"

ทั้งหมด 1 - 15 จาก 15

วิธีดูแลมะนาว

วิธีการดูแลมะนาว

การดูแลต้นมะนาวนั้น ทางสวนมะนาวเมืองจันทร์ มีวิธีการหลักๆในการดูแลดังนี้
 
   – การให้น้ำ การปลูกมะนาว ในระยะแรก ควรให้น้ำมะนาว อาทิตย์ละ 2-3ครั้ง
     โดยการให้ครั้งละ15-20นาที ถ้าปลูกตรงกับช่วงฤดูฝนไม่จำเป็นต้องให้น้ำเลย
 
   – วัชพืช    หมั่นคอยดูแลโคนต้นบริเวณทรงพุ่มและพื้นที่ในการปลูกมะนาว
      ไม่ควรจะปล่อยให้มีหญ้าขึ้นรก เนื่องจากพวกวัชพืชเหล่านี้จะคอยแย่งธาตุอาหารจาก
      ต้นมะนาวไปซึ่งจะทำให้ต้นมะนาวมีใบเป็นสีเหลือง ควรที่จะกำจัดโดยการ ดายหญ้า
      ตัดหญ้า บริเวณทรงพุ่มให้สะอาดเรียบร้อยอยู่เสมอ
 
   – ศัตรูพืช   มะนาวในระยะแรก ถ้ามีการแตกยอดอ่อนขึ้นมา มักจะมีหนอน,เพลี้ย
      เข้ามาทำลายใบอ่อนโดยการกัดกินดูดน้ำเลี้ยง ซึ่งจะทำให้ยอดอ่อนของมะนาวนั้นเสียหาย
      ให้พ่นยาป้องกันแมลงในระยะที่แตกยอดอ่อนไปจนถึงใบเป็นเพลาด โดยพ่นห่างกันครั้งละ
      7-10วัน ในอัตราส่วนที่ระบุข้างขวด  โดยทางสวนมะนาวเมืองจันทร์ ใช้สารกำจัดแมลงที่ชื่อ
      อะบาเม็กติน     สำหรับกำจัดหนอน ที่ชอบมากัดกินยอดอ่อน-ใบอ่อน
      คาโบซันแฟน    สำหรับกำจัด เพลี้ย ที่มาดูดน้ำเลี้ยงจากใบ ทำให้บิดเบี้ยว
      อิมิดาคลอพริด   ยี่ห้อ โปรวาโด ในการกำจัด พวกแมลงปากดูดทั้งหลาย
      โพรพาร์ไกต์      ยี่ห้อ โอไมท์ 57 ใช้ในการกำจัด ไรแดง
      โดยที่ทางสวน จะดูว่าช่วงเวลาไหนที่แมลงหรือศัตรูพืชชนิดใดระบาดหนัก
      ก็จะใช้ยาตัวนั้นกำจัดให้ตรงกับแมลงหรือศัตรูพืชนั้นๆ
 
  – การใส่ปุ๋ย   หลังจากปลูกมะนาวได้1เดือน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 25-7-7 หรือ 27-6-6
     โดยใส่เดือนละครั้ง ครั้งละครึ่งกำมือ โดยใส่ไม่ให้ชิดบริเวณโคนต้นมากเกินไป
     ก่อนใส่ให้ทำการให้น้ำให้ดินชุ่มก่อน แล้วจึงค่อยทำการใส่ปุ๋ยลงไป หลังจากนั้น
     ก็ทำการให้น้ำเพื่อให้ปุ๋ยละลายอีกครั้ง
   
     และนี่ก็คือหลักวิธีการดุแลต้นมะนาวแบบง่ายๆ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
     ให้หาอ่านได้จาก บทความ ของเว็บไซต์ได้ครับ

ใส่ปุ๋ยมะนาววงบ่อซีเมนต์

สารกำจัดแมลงในสวนมะนาว,หนอน,ศัตรูพืช,เพลี้ยไฟ,ไรแดง,หนอนชอนใบ,

พ่นยามะนาว,อะบาเม็กติน,สารเคมี,กำจัด,ศัตรูพืช,หนอนชอนใบ,

อาการของมะนาวที่ขาดธาตุอาหาร

อาการของมะนาวที่ขาดธาตุอาหาร

มีหลายท่านได้ถามมาว่า จะสังเกตุอย่างไรว่ามะนาวขาตุอาหารอะไร เพื่อที่จะได้บำรุงรักษาได้อย่าง
   ถูกวิธี วันนี้ทางสวนเลยรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาการของมะนาวที่ขาดธาตุอาหารต่างๆ มาให้เพื่อนๆชาว
   สวนมะนาวทั้งมือใหม่และผู้ที่กำลังคิดจะปลูกมะนาวได้ทำความรู้จักกัน

ธาตุอาหารหลัก
 
มะนาวขาดธาตุไนโตรเจน   
   ใบมะนาวมีสีเขียวจางแล้วเหลือง ไม่มีการแตกกิ่งแตกตา การเจริญเติบโตช้า
   ผลรากหรือส่วนที่สะสมอาหารมีขนาดลดลง
 
มะนาวขาดธาตุฟอสฟอรัส
   ใบล่างจะมีสีเหลืองสีม่วงสีแดงปะปน ขนาดใบจะเรียวเล็กกว่าปกติ ยอดสั้น
   ส่วนใบที่มีสีเขียวก็จะร่วงก่อนกำหนด การออกดอกจะช้า
 
มะนาวขาดธาตุโพแทสเซียม
   ขอบใบล่างของต้นมะนาวจะมีสีเหลือง แล้วกลายเป็นสีน้ำตาลจนเหี่ยวแห้งร่วงลงจากต้น
   ผลผลิตมีคุณภาพต่ำ ขนาดผลเล็กกว่าปกติ ผลไม่มีความหวาน หรือมีแป้งน้อยน้ำหนักเบา

ธาตุอาหารรอง
 
มะนาวขาดธาตุสังกะสี
   บริเวณยอดอ่อนของมะนาวจะมีสีเหลืองซีด เส้นใบยังมีสีเขียว
   ใบมีขนาดเล็กลง ปลายใบเรียวแหลมและชี้ตั้งขึ้น
 
มะนาวขาดธาตุแคลเซียม
   ขอบใบม้วนมีสีน้ำตาลหรือแห้งขาวหรือเป็นจุดตามขอบใบ ยอดอ่อนค่อยๆตาย ผลมะนาวแตก
 
มะนาวขาดธาตุโบรอน
   ลำต้นและกิ่งก้านเปราะหักง่ายไม่แข็งแรง ยอดของกิ่งก้านจะแห้งตาย ท่อน้ำเลี้ยงผิดปกติ
   การส่งอาหารผ่านท่อน้ำเลี้ยงไม่ดี ทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต

   แหละนี่ก็คืออาการหลักๆของมะนาวที่ขาดธาตุอาหารต่างๆ ที่ทางสวนได้รวบรวมข้อมูลไว้
   หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆชาวสวนมะนาวด้วยกันนะครับ 
 
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ

มะนาวขาดธาตุไนโตรเจน

มะนาวขาดธาตุฟอสฟอรัส

มะนาวขาดธาตุโพแทสเซียม

มะนาวขาดธาตุสังกะสี

นูแทค ซุปเปอร์-เอ็น ฮอร์โมนพืชประจำสวนมะนาว

นูแทค ซุปเปอร์-เอ็น (Nutac Super-N)

วันนี้ทางสวนมะนาวเมืองจันทร์จะขอพูดถึง ฮอร์โมนพืชตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า นูแทค ซุปเปอร์-เอ็น ซึ่งมีลูกค้าหลายท่านได้ถามมาว่าทาง
  สวนได้ใช้ฮอร์โมนตัวไหนบ้างที่ใช้ฉีดพ่นกับต้นมะนาว  นูแทค ซุปเปอร์-เอ็น  ฮอร์โมนตัวนี้เองครับ ที่ทางสวนได้ใช้ภายในสวนมะนาวซึ่ง
  ใช้ร่วมกับปุ๋ยทางดิน ซึ่งประโยชน์และคุณสมบัติ ของ นูแทค ซุปเปอร์-เอ็น มีดังต่อไปนี้
คุณสมบัติ
     นูแทค ซุปเปอร์-เอ็น เป็นปุ๋ยทางใบที่ประกอบไปด้วยธาตุธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหาร
  เสริม ในรูปแบบอนุภาคที่มีขนาดเล็กละเอียดมากถึง1-5 ไมครอน โดยมีธาตุอาหารในปริมาณที่สูง อนุภาค
  เหล่านี้ผ่านกระบวนการผลิตแบบสเปรย์-ดราย์  เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกอนุภาคเล็กๆมีธาตุอาหารพืชสม่ำเสมอ
  ได้มาตราฐาน จึงช่วยให้เกาะติดใบพืชได้ดี ลดปัญหาการชะล้างจากฝน และค่อยๆปลดปล่อยธาตุอาหารพืช
  ได้นาน 10-14วัน และนูแทค ซุปเปอร์-เอ็น ยังสามารถใช้พ่นร่วมกับสารกำจัดศัตรูพืชได้ดี
 
ประโยชน์
   •  ส่งเสริมการแตกยอด 
   •  เร่งการเจริญเติบโตของยอดอ่อน ช่วยให้เพสลาดเร็วขึ้น
  •  ยอดใหม่สมบูรณ์แข็ง
  •  ใบเขียวเข้ม ช่วยสร้างอาหารให้ต้นพืชได้ดี
  •  ช่วยขยายขนาดผล ผลโตไว เนื้อแน่น และขนาดสม่ำเสมอ
  •  ช่วยลดปัญหาผลแตก และการหลุดร่วงของผล
 
ปริมาณธาตุอาหาร 
ปริมาณธาตุอาหารรับรอง
  ไนโตรเจนทั้งหมด (N)................................................................15%
  ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ (P2O5)..............................................11%
  โพแทสเซียมที่ละลายน้ำ (K2O)....................................................5%
 
ปริมาณธาตุอาหารรอง
  แมกนีเซียม (MgO)....................................................................2.5%
  แคลเซียม (CaO)...................................................................... 5.0%
 
ปริมาณธาตุอาหารเสริม
  เหล็ก (Fe)................................................................................0.7%
  สังกะสี (Zn)..............................................................................6.0%
  โบรอน (B)................................................................................0.3%
  
วิธีใช้
   พืชตระกูลส้มและไม้ผล : ใช้อัตรา 30-40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร  
   - ช่วงแตกใบอ่อน พ่น1-2 ครั้ง ห่างกัน 7-10 วัน
   - ช่วงขยายขนาดผล พ่น2-3ครั้ง ห่างกัน10-14 วัน
   - ระยะหลังเก็บเกี่ยว พ่น1-2 ครั้ง ห่างกัน7-14 วัน
 
   พืชผักกินใบ : ใช้อัตรา 20-40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร  
   - ระยะย้ายกล้าจนถึงเก็บเกี่ยว พ่นห่างกันทุก7-10วัน
 
   พืชผักให้ผล : ใช้อัตรา 30-40 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
   -  ระยะกล้าจนถึงระยะออกดอก พ่น1-2ครั้ง ห่างกันทุกๆ7-14วัน
 
   ไม้ดอกและไม้ประดับทั่วไป : ใช้อัตรา 20-30 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
   - พ่นทุกๆ10-20วัน หรือตามความต้องการ

นูแทค ซุปเปอร์-เอ็น

 

ใบมะนาวเขียวสมบูรณ์จากการฉีดพ่นนูแทคซุปเปอร์เอ็น

 

ฮอร์โมนนูแทคซุปเปอร์เอ็นในรูปแบบผง

 

ยอดอ่อนมะนาวอวบๆสมบูรณ์จากการฉีดพ่นนูแทค


ท่านใดสนใจ นูแทค ซุปเปอร์-เอ็น สามารถสั่งซื้อได้ที่นี่ ► ฝากซื้อนูแทค ซุปเปอร์-เอ็น

การทำมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์

การทำมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์

เทคนิคการทำมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์ 
 
สำหรับการทำมะนาวนอกฤดูนั้น ต้นมะนาวที่จะบังคับให้ออกดอกนอกฤดูต้องมีอายุตั้งแต่8เดือน
     ถึง1ปีขึ้นไป จึงจะสามารถบังคับให้ออกดอกนอกฤดูได้ โดยมีวิธีขั้นตอนการปฎิบัติดังนี้
 
1. เดือนมิถุนายน-กันยายน 
     มะนาวนั้นจะออกดอกและติดผลในฤดูกาลจำนวนมาก ควรปลิดดอกและผลอ่อนและผลแก่
     ออกให้หมด และควรบำรุงต้นให้สมบูรณ์ด้วยปุ๋ยเคมีสูตร 16-20-0 ,15-15-15 , หรือสูตร
     16-16-16 ในอัตรา 100-150 กรัม ต่อต้น  และควรบำรุงใบให้สมบูรณ์ในช่วงเดือนกันยายน
     ด้วยการใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 8-24-24 ในอัตรา 100-150 กรัม ต่อต้น
 
2. เดือนกันยายน-เดือนตุลาคม
        2.1 นำถุงผ้าพลาสติกกันฝน หรือถุงใส่ขยะสีดำเบอร์ใหญ่ ขนาดกว้าง1-1.5เมตร ยาว1.5-2เมตร
     มาคลุมรอบวงบ่อซีเมนต์ โดยให้ชายด้านหนึ่งมัดติดกับโคนต้นมะนาว สูงจากพื้นดินปากบ่อ
     20-30 เซนติเมตร คลุมไว้ประมาณ 15-20 วัน
        2.2 หลังจากคลุมผ้าพลาสติก 15-20 วัน ใบมะนาวจะเริ่มเหี่ยว ใบสลด อาจมีใบร่วงมาก หรือใบ
     เหี่ยวประมาณ 75-80%  ให้น้ำถุงผ้าพลาสติกออก
        2.3 หลังจากนั้นให้ทำการให้น้ำพร้อมกับให้ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 หรือปุ่ยที่มีธาตุอาหารฟอสฟอ
     รัส (P)ปุ๋ยที่มีค่าตัวกลางสูง เพื่อกระตุ้นและเร่งการออกดอกของมะนาว ในอัตรา 100-150
     กรัมต่อต้น 
 
3. เดือนพฤศจิกายน
         หลังจากที่เริ่มให้น้ำและปุ๋ยประมาณ 2สัปดาห์ ต้นมะนาวจะเริ่มผลิตาดอก หรือเริ่มติดดอกออกผล
     ในระยะนี้ต้องระวังป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูมะนาวโดยเฉพาะ เพลี้ยไฟ,ไรแดง,หนอนชอนใบ
 
4. เดือนพฤศจิกายน-เดือนเมษายน
         หลังจากที่มะนาวเริ่มติดดอกออกผลแล้ว ให้บำรุงผล โดยการใส่ปุ่ยเคมีสูตรเสมอ 16-16-16 
     ในอัตรา 100-150 กรัม ต่อต้น โดยแบ่งใส่สองครั้ง ในเดือนพฤศจิกายน และเดือนมกราคม
     และทำการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ให้ธาตุอาหารเสริมทางใบที่จำเป็นทุกครึ่งเดือน และดูแล
     ป้องกันโรคและแมลงด้วยการฉีดพ่นสารเคมีทุก7-10วัน ต่อครั้ง และทำการหยุดใช้สารเคมีก่อน
     เก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณครึ่งเดือนสุดท้ายแล้วจึงค่อยทำการเก็บเกี่ยวผลมะนาว ข้อสังเกตุผลแก่
     เก็บเกี่ยวได้ ผลมะนาวจะมีลัษณะเปลือกบางใส สีอ่อนกว่าผลที่ยังไม่แก่
 
5.เดือนพฤษภาคม
         หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิต ให้ทำการบำรุงดูแลให้ต้นสมบูรณ์เพื่อการทำมะนาวนอกฤดูในครั้งถัดไป
     ด้วย การตัดแต่งกิ่งมะนาวใส่ปุ๋ยคอก เติมดินในวงบ่อซีเมนต์ และใส่ปุ๋ยสูตรเคมีเสมอ 16-16-16 

แหล่งข้อมูลจากเอกสารการทำมะนาวนอกฤดูจาก: ศวพ.ระยอง , ศวพ.พิจิตร
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ

การทำมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์

 

คลุมโคนมะนาวเพื่องดน้ำสำหรับการบังคับให้มะนาวออกนอกฤดู

 

ตารางการทำมะนาวนอกฤดู

 

เทคนิคการผลิตมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์

 

สารจับใบมะนาวเพิ่มประสิทธิภาพในการพ่นยา

สารจับใบมะนาวเพิ่มประสิทธิภาพในการพ่นยา

การดูแลรักษาต้น,กิ่ง,ใบ ของต้นมะนาวนั้น ชาวสวนมะนาวก็ต้องพ่นยากันหลากหลายชนิด
ไม่ว่าจะเป็น สารกำจัดแมลง ฮอร์โมนซึ่งสารก็มีทั้งแบบน้ำและแบบผงหรือในรูปแบบปุ๋ยเกร็ด การ
พ่นยาในแต่ละครั้งโดยเฉพาะฤดูฝน หากตัวสารโดนน้ำฝนหรือน้ำค้าง สารก็จะถูกชำระล้างออกไป
ทำให้หมดประสิทธิภาพเร็วกว่าที่ควร ทำให้ต้องพ่นยาใหม่ ซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองระยะเวลาและยาที่
พ่นอีกทั้งทั้งค่าใช้จ่ายการใช้สารจับใบผสมเข้าไปในตัวยาที่ใช้พ่นในสวนมะนาว ก็จะเป็นการเพิ่ม
ประสิทธิภาพของตัวยาที่ใช้พ่น ทำให้สารเกาะติดใบพืชได้นานทนต่อการชะล้างของน้ำฝน ซึ่งก็จะ
เป็นประโยชน์ทำให้ประหยัดระยะเวลาประหยัดตัวยาที่ใช้พ่นไม่ต้องพ่นบ่อยๆ อีกทั้งยังประหยัดค่า
ใช้จ่ายไปด้วย
สารจับใบหรือยาจับใบพืช
สารจับใบ หรือยาจับใบ(surfactant) คือ สารที่ช่วยลดแรงตึงผิว
ของใบพืช เมื่อผสมสารจับใบแล้ว ส่วนผสมของสารเคมีเกษตรกร
ที่มีสารจับใบอยู่ด้วยจะไม่เกาะตัวเป็นหยดน้ำ และไหลหล่นจากใบ
พืช แต่สารเคมีเหล่านี้จะกระจายไปทั่วทั้งใบ ทำให้มีประสิทธิภาพ
ในการแทรกซึมเข้าไปในใบพืชมากขึ้น   และสารจับใบนี้ ซึ่ง
ปัจจุบันมีอยู่หลายยี่ห้อ ซึ่งก็มีราคาไม่แพงมากประมาณกระติกละ
100บาทปริมาณ ลิตร ราคาจากผลิตภัณฑ์ที่ทางสวนได้ใช้อยู่
 
คุณสมบัติของสารจับใบที่ใช้ในสวนมะนาว
 
1. ช่วยให้ยาปราบศัตูพืชต่างชนิดรวมกันดีขึ้น เช่น ยาผง กับยาน้ำ
2. ช่วยลดแรงตึงของผิวละอองน้ำยาที่พ่นทำให้แพร่กระจายกว้าง
    และเปียกสม่ำเสมอ ทั่วพื้นผิวของพืชอย่างรวดเร็ว
3. ช่วยให้สารเคมีที่พ่นจับติดแน่น และมีปริมาณมากกว่า สามารถ
    มองเห็นด้วยตาเปล่า ทำให้น้ำยาไม่ไหลสูญเสียไป
4. ช่วยยืดอายุการออกฤทธิ์ และเพิ่มประสิทธิภาพของสารเคมี
    โดยลดการสูญเสียจากสภาพแวดล้อมเช่น แสงแดด ฝนตก 
    ลม และการให้น้ำ
5. ช่วยลดปริมาณน้ำยาที่พ่น ทำให้ประหยัดและได้ผลเยี่ยม
6. ใช้ได้กับพืชทุกชนิด โดยเฉพาะพืชที่มีผิวมัน ใบนวล ใบคาย
    พืชที่มีขน ซึ่งปกติแล้วน้ำยาจะจับติดยาก
 
วิธีใช้สารจับใบ
 
ใช้ในอัตรา 10-20 ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร ผสมกับน้ำยาปราบศัตรูพืช,
ปุ๋ยเกร็ด,ธาตุอาหารเสริม,หรือปุ๋ยน้ำต่างๆ แล้วจึงค่อยผสมสารจับ
ใบเป็นสารสุดท้ายที่ผสมลงในถังที่พ่น โดยคนให้ยาที่ผสมให้เข้า
กันเสียก่อนแล้วจึงฉีดพ่น แต่ทั้งนี้แต่ละยี่ห้ออัตราการผสมไม่เท่ากัน

สารจับใบมะนาวเพิ่มประสิทธิภาพในการพ่นยา

 

คุณสมบัติสารจับใบมะนาว

 

วิธีใช้สารจับมะนาว

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ 
 

เพลี้ยไฟในสวนมะนาว

เพลี้ยไฟในสวนมะนาว

เพลี้ยไฟ (Thrips) เป็นแมลงขนาดเล็ก จัดอยู่ในจำพวกแมลงปากดูด  ซึ่งชาวสวนมะนาวหรือเกษตรกรหลายๆท่านคงจะต้อง
รู้จักกันดี เพราะว่าเพลี้ยไฟถือว่าเป็น ศัตรูพืชที่สำคัญ ชนิดหนึ่งสำหรับเกษตรกรไทยกันเลยทีเดียว วันนี้ทางสวนมะนาวเมืองจันทร์
จึงขอพูดถึงเพลี้ยไฟ ให้เพื่อนๆ ชาวสวนมะนาวและเกษตรกรไทยหลายๆท่านได้รู้จักกัน
 
รูปร่างลักษณะของเพลี้ยไฟ  
 
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับรูปร่างลักษณะของเพลี้ยไฟในแต่ละวัยกันก่อน ซึ่งมีดังนี้
•  ไข่
มีอายุประมาณ 3-4 วัน
•  ตัวอ่อน
จะฟักออกจากไข่ ตัวอ่อนอาจมี 2 ระยะเรียกว่าตัวอ่อนระยะที่ 1 และตัวอ่อนระยะที่ 2 มีรูปร่างเรียว
แหลมสีเหลือง สีแดง หรือสีดำ แล้วแต่ชนิด อายุตัวอ่อนประมาณ 4-5 วัน
•  ระยะก่อนเข้าดักแด้
มีลักษณะเหมือนตัวอ่อนแต่ไม่ค่อยเคลื่อนไหว สังเกตได้โดยหนวดจะหดสั้นและชี้ตรงไปข้างหน้า
ระยะนี้กินเวลาไม่เกิน 1 วัน
•  ระยะดักแด้ 
มีแผ่นปีก 2 คู่ หนวดจะงอชี้กลับไปข้างหลังเหนือศีรษะไม่ค่อยเคลื่อนไหว ระยะนี้กินเวลาประมาณ 1-2 วัน
•  ตัวเต็มวัย
มีรูปร่างเหมือนตัวอ่อน มีปีก 2 คู่ แต่บางครั้งปีกของตัวผู้จะหดสั้นเป็นตุ่มปีกเท่านั้น ขนาดของเพลี้ยไฟ
มีความยาวลำตัวประมาณ ๐.๕-๑๔ มิลลิเมตร แล้วแต่ชนิด
 
ช่วงที่เพลี้ยไฟระบาดหนักในสวนมะนาว
ช่วงที่พบเพลี้ยไฟระบาดหนักในสวนมะนาวนั้น ส่วนมากเพลี้ยไฟมักจะระบาด
หนักในช่วงฤดูร้อนหรือในช่วงที่มีสภาพอากาศร้อนส่วนมากจมักจะพบเพลี้ยไฟ
ระบาดตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม ของทุกปี
 เพลี้ยไฟในสวนมะนาว
ลักษณะการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟในสวนมะนาว
เพลี้ยไฟจะเข้าดูดน้ำเลี้ยงจากยอดอ่อนมะนาว ซึ่งอาการของใบมะนาวที่ถูกเพลี้ยไฟเข้า
ทำลายจะมีอาการหยิกงอ ใบม้วนเข้าหากัน และลักษณะของใบจะผิดรูปทรง และผลของ
มะนาวที่ถูกเพลี้ยไฟเข้าทำลายจะปรากฎรอยสีเทาเป็นวงบริเวณขั้วผล และก้นผลหรือเป็น
ขีดสีเทาตามความยาวของผล
เพลี้ยไฟเข้าทำลายใบมะนาว
การป้องกันและกำจัดเพลี้ยไฟในสวนมะนาว
การป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟ เมื่อพบเพลี้ยไฟระบาดให้ทำการฉีดพ่น สารที่มีชื่อว่า คาร์โบซัลแฟน หรือสารเคมีที่มีชื่อว่า อิมิดาคลอพริด
หรือสมุนไพรไล่แมลง ในอัตราที่เหมาะสม และไม่ควรฉีดพ่นในช่วงที่อากาศนั้นร้อนจัด ควรฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือในช่วงเวลาเย็น

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ

 

การตัดแต่งกิ่งมะนาว

การตัดแต่งกิ่งมะนาว

    การตัดแต่งกิ่งมะนาวนั้น ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญและเป็นประโยขน์กับต้นมะนาวมากๆ เพราะการตัดแต่งกิ่งให้ต้นมะนาวนั้นจุดประสงค์หลักๆก็คือกำจัดกิ่งที่ไม่เป็นประโยขน์ทิ้งไปเช่นกิ่งแคระแรน,กิ่งที่เป็นโรค จนทำให้ต้นนั้นจะมีกิ่งที่สมบูรณ์และมีความพร้อมในการติดผลที่ดี วันนี้ทางสวนมะนาวเมืองจันทร์จะขอแนะนำวิธีการตัดแต่งกิ่งมะนาวตามจุดประสงค์ต่างๆให้เพื่อนๆชาวสวนมะนาวได้รู้จักกันดังนี้
 
  • การตัดแต่งกิ่งกระโดงเพื่อจัดระเบียบทรงพุ่ม  
     สำหรับมะนาวปลูกใหม่เมื่อมะนาวเริ่มมีอายุ6เดือนขึ้นไปมักจะมีกิ่งกระโดงตั้งและกิ่งกระโดงครีบข้างที่จะแตกกิ่งออกมายาวกว่ากิ่งอื่นๆ ควรเริ่มที่จะตัดแต่งกิ่งกระโดงนั้นออกให้เสมอกับกิ่งอื่นๆ เพื่อจัดระเบียบทรงพุ่ม ทำให้ทรงพุ่มสวยงามและทำให้สะดวกต่อการเข้าปฎิบัติงานและการตัดแต่งกิ่งกระโดงครีบข้างออกไปนี้ยังถือว่าจัดสมดุลของต้นไม่ให้ต้นเอนไปทางด้านใดด้านหนึ่ง เพราะว่าหากไม่ตัดทิ้งไปถ้ามะนาวโตขึ้นเรื่อยๆจะทำให้เอนและล้มไปในที่สุด
 
  • การตัดแต่งกิ่งให้ต้นโปร่ง
     สำหรับมะนาวในปีแรกยังไม่จำเป็นต้องตัดแต่งเลย การตัดแต่งให้ต้นโปร่งนี้เพื่อให้แสงแดดและอากาศเข้าถึง ทำให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกจะได้ไม่เป็นที่สะสมของเชื้อโรคบริเวณของโคนต้นมะนาวและยังจะทำให้กิ่งที่อยู่ด้านล่างได้รับแสงแดดจึงทำให้กิ่งที่อยู่ด้านล่างสามารถปรุงอาหารได้ การตัดแต่งควรทำกับต้นมะนาวที่พร้อมจะให้ติดผลแล้ว ถึงจะเหมาะสมที่สุด
 
  • การตัดแต่งกิ่งที่ไม่มีประโยชน์ทิ้ง
    สำหรับการตัดแต่งกิ่งแบบนี้ทางสวนจะทำการตัดแต่งเมื่อมะนาวมีอายุได้6เดือน โดยทำปีละ2ครั้ง โดยเลือกกิ่งที่ไม่มีประโยชน์ทิ้งไป เช่น กิ่งแคระแกรน , กิ่งที่คดๆงอๆ , กิ่งที่ขาดธาตุอาหารต่างๆ รวมไปถึงกิ่งที่เป็นโรคทริสเตซ่า,โรคกรีนนิ่งที่จะพบมากในฤดูฝน ซึ่งกิ่งเหล่านี้ถ้าเลี้ยงไว้ก็จะเป็นภาระให้กับต้นเปล่าๆ ถึงจะติดผลก็จะให้ผลออกมาลูกไม่ดกไม่โต
ดังนั้นเราควรทำการตัดแต่งทิ้งออกไปเพื่อทำให้ต้นมีแต่กิ่งที่สมบูรณ์พร้อมกับการติดผล
 
  • การตัดแต่งกิ่งก่อนให้ติดผล
     การตัดแต่งแบบนี้เพื่อที่จะให้ต้นนั้นแตกกิ่งออกมาใหม่ เพราะกิ่งที่แตกออกมาใหม่จะสามารถออกดอกได้ดีกว่ากิ่งแก่ๆควรตัดแต่งกับต้นมะนาวที่มีอายุ1ปีครึ่งขึ้นไปที่พร้อมจะให้ติดผลแล้ว โดยทำการตัดลดขนาดทรงพุ่มลงมาให้ทรงพุ่มเล็กกว่าเดิมและควรตัดก่อนช่วงที่จะให้มะนาวออกดอกประมาณช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายน การตัดแต่งแบบนี้เหมาะสำหรับการเตรียมต้นที่จะให้มะนาวออกนอกฤดู
 
  • การตัดแต่งกิ่งหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต
     หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วกิ่งที่ให้ผลผลิตจะไม่มีธาตุอาหารเพียงพอในการแตกกิ่งออกมาใหม่ให้สมบูรณ์ เนื่องจากกิ่งที่ให้ผลผลิตจะส่งพลังงานธาตุอาหารไปยังผลมะนาว ทำให้กิ่งที่ติดผลมีสภาพโทรม ควรทำการตัดแต่งทิ้งออกไปเพื่อที่จะได้ให้ต้นมะนาวนั้นสร้างกิ่งที่สมบูรณ์ขึ้นมาใหม่ และพร้อมในการติดผลของปีต่อไป 
 

ตัดแต่งกิ่งกระโดงมะนาว

โซนในการตัดแต่งกิ่งมะนาว

ตัดกิ่งมะนาวมาเผาทำลายนอกแปลง

 หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ 
 

 

การให้น้ำมะนาวอย่างถูกวิธี

การให้น้ำมะนาวอย่างถูกวิธี

การให้น้ำมะนาวนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญอีกอย่างหนึ่งของชาวสวนมะนาว เพราะการให้น้ำนั้นมีส่วนสำ
  คัญส่งผลไปยังกับต้นมะนาว เพราะว่ามะนาวเป็นพืชที่ขาดน้ำนานไม่ได้และยังได้รับน้ำมากเกินไม่ได้ และ
  การทำมะนาวนอกฤดูนั้นก็ต้องบังคับเรื่องการให้น้ำเช่นกัน วันนี้ทางสวนมะนาวเมืองจันทร์ จะขอแนะนำวิธี
  การให้น้ำตามแบบฉบับของสวนทั้งการให้น้ำมะนาวที่ชำในถุงดำ การให้น้ำมะนาวที่ปลูกแบบลงดิน 
  และการให้น้ำมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ ซึ่งทางสวนมีวิธีการให้น้ำดังนี้
 
การให้น้ำมะนาวอย่างถูกวิธี
• การให้น้ำมะนาวที่ชำลงถุงดำ 
  กิ่งพันธุ์มะนาวที่มาจากการตอนกิ่ง เมื่อเริ่ม ชำลงถุงดำ เรียบร้อย ก็ควรทำการให้น้ำโดยให้แบบวัน
  เว้นวันในช่วงเวลาเย็นหรือช่วงเช้า โดยให้แค่พอที่วัสดุที่ใช้ในการชำคือ ดิน หรือ ขุยมะพร้าว เปียก 
  ชื้นก็พอไม่ต้องถึงขั้นเปียกแฉะ ซึ่งจะเป็นสาเหตุที่ทำให้มะนาวเกิดโรครากเน่าโคนเน่าได้
 
การให้น้ำมะนาวแบบปลูกลงดิน
  มะนาวที่ทำการปลูกลงดินเรียบร้อยแล้ว ในอาทิตย์แรกๆที่ปลูก ต้นมะนาวกำลังตั้งตัวใหม่ ควรให้
  น้ำโดยให้ แบบวันเว้นวันก่อน โดยให้ครั้งละ15นาที หลังจากที่มะนาวตั้งต้นได้แล้วมะนาวเริ่มแตก
  ยอดออกมาใหม่ ให้ทำการให้น้ำ3วันต่อ1ครั้ง ครั้งละ15นาทีเหมือนเดิม และเมื่อมะนาวโตขึ้นเรื่อยๆ
  ก็ควรให้น้ำ3-4วันต่อ1ครั้ง และควรเพิ่มระยะเวลาการให้ ให้นานขึ้นจาก15นาทีก็เพิ่มขึ้นเป็น20นาที
  จนไปถึง30นาทีต่อ1ครั้ง ตามความเหมาะสมและขนาดอายุของต้นมะนาว
 
การให้น้ำมะนาวในวงบ่อซีเมนต์
   มะนาวที่ปลูกในวงบ่อซีเมนต์ ในระยะแรกควรให้น้ำแบบวันเว้นวันโดยให้แค่น้ำซึมออกทางขอบ
  ด้านล่างของฝารองวงบ่อ โดยการสังเกตุที่ขอบฝารองด้านล่างของวงบ่อซีเมนต์ว่ามีน้ำไหลออกมา
  หรือยัง ถ้ามีน้ำไหลออกมาแล้วก็ทำการหยุดให้น้ำได้ และเมื่อมะนาวเริ่มโตขึ้น ก็ทำการให้3วันต่อ1
  ครั้ง โดยให้แค่พอน้ำซึมออกทางขอบด้านล่างของวงบ่อซีเมนต์ต่อ1ครั้งเช่นเดิม
 

 
ทั้งนี้การให้น้ำแต่ละพื้นแต่ละจังหวัดอาจจะแตกต่างกันออกไป ตามสภาพภูมิอากาศและสภาพของ
  ดิน การให้น้ำต้นมะนาวที่ถูกต้องนั้น ควรให้อย่างสม่ำเสมอ อย่าให้ขาดน้ำและอย่าให้น้ำขัง ควรจะรักษา
  อุณหภูมิความชื้นในดินให้คงที่อย่างสม่ำเสมอ หมั่นคอยสังเกตุความชื้นในดิน เมื่อเริ่มเห็นดินมีความแห้ง
  แกร่งก็ควรทำการให้น้ำตามระยะเวลาที่เคยให้ ถ้าเป็นฤดูฝนก็ควรทำการงดการให้น้ำไปเลย เพียงเท่านี้ก็
  ถือว่าเป็นวิธีการให้น้ำอย่างถูกวิธีตามแบบฉบับของสวนมะนาวเมืองจันทร์แล้ว 
 
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ
 
 
การให้น้ำมะนาวแบบปลูกลงดิน
 
 
 
การให้น้ำมะนาวแบบปลูกลงวงบ่อซีเมนต์
 
 
 
การให้น้ำมะนาว

เมทาแลกซิล

เมทาแลกซิล

     วันนี้ทางสวนมะนาวเมืองจันทร์ จะขอแนะนำ สารป้องกันกำจัดโรคพืช ที่ชื่อว่า เมทาแลกซิล ให้เพื่อนๆชาวสวนมะนาวได้รู้จักกัน สาร
เมทาแลกซิลนั้น ใช้เพื่อป้องกันกำจัดโรครากเน่า โคนเน่า ของพืชตระกูลส้มรวมทั้งมะนาวด้วย และยังใช้ป้องกันกำจัดโรครากน่าโคนเน่า
ของทุเรียน ซึ่งชาวสวนทุเรียนในจังหวัดจันทบุรี มักจะใช้ผสมน้ำในอัตราเข้มข้น ทาบริเวณที่เป็นแผลที่เน่า โดยทำการขูดเปลือกส่วนที่เป็น
แผลออกให้หมด แล้วจึงทาเมทาแลกซิลลงไป หรือบางสวนทุเรียนก็ขูดเปลือกบริเวณโคนต้นออกทั้งหมดแล้วทา เมทาแลกซิล ป้องกันโดยส่วนมากชาวสวนทุเรียนมักจะทากับทุเรียนสายพันธุ์หมอนทอง ซึ่งทุเรียนหมอนทองมักจะเป็นโรคโคนเน่าง่ายกว่าทุเรียนสายพันธุ์อื่นๆ
 
      เนื่องจากฤดูฝน เป็นฤดูที่มะนาวจะเสี่ยงกับการเป็นโรคง่ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็น โรคแคงเกอร์ โรคกรีนนิ่ง และรวมถึงโรครากเน่าโคนเน่า
ทางสวนจึงได้ใช้สารเมทาแลกซิลผสมกับน้ำ ในอัตรา เมทาแลกซิล20กรัมต่อน้ำ20ลิตร แล้วราดในบริเวณโคนต้นและรอบๆทรงพุ่ม โดย1
ต้น ทางสวนได้ราดน้ำ10ลิตรผสมเมทาแลกซิล10กรัมลงไปสำหรับมะนาวอายุไม่เกิน1ปี และราดน้ำ20ลิตรผสมเมทาแลกซิล20กรัม สำหรับ
มะนาวอายุ1ปีขึ้นไป เพื่อป้องกันโรครากเน่าโคนเน่าในมะนาว เนื่องจากเดือนสิงหาคม2556 ที่ผ่านมาทางสวนได้ประสบเหตุการณ์น้ำท่วมสวนมะนาว ทางสวนจึงกลัวว่าจะเป็นโรครากเน่าโคนเน่า ทางสวนจึงได้ใช้สารเมทาแลกซิล เพื่อป้องกันไว้ กันไว้ดีกว่าแก้น่ะครับ

เมทาแลกซิล

ผงเมทาแลกซิลสีชมพู

เมทาแลกซิลผสมน้ำ

        ประโยชน์และวิธีใช้ : ใช้ในการป้องกันกำจัดโรคพืชที่เป็นศัตรูพืช ดังนี้
 
   กกจันทบูรณ์ โรคลำต้นเน่า (Phytophthora cyperi Ito.) ใช้ในอัตรา 12 กรัม ต่อน้ำ 20ลิตร พ่นสารเคมี 
   ในระยะต้นกกสูงประมาณ1เมตร หรือ อายุกกประมาณ 1เดือน จากนั้นพ่นระยะห่างกันประมาณ 3สัปดาห์
 
   กล้วยไม้ โรคเน่าเข้าไส้หรือเน่าดำ (Phytophthora palmivora Butl.) ใช้ในอัตรา 40 กรัม ต่อน่้ำ 20ลิตร 
   พ่นให้ทั่วต้นกล้วยไม้
 
   ทุเรียน โรครากเน่าโคนเน่า (Phytophthora pulmivora Butler.) ใช้ในอัตรา 50-60 กรัม ต่อน้ำ1ลิตร ใช้
   ทาบริเวณแผล ซึ่งก่อนทาได้ถากเปลือกออกแล้วบางๆ จนถึงเนื้อดีที่อยู่บริเวณรอบๆ เพื่อให้การดูดซึมดีขึ้น
 
   เผือก โรคใบไหม้หรือใบจุดตาเสือ (Phytophthora colocasiae Rac.) ใช้ในอัตรา 2-3 กรัม ต่อต้นหยอด
   ลงไปที่โคนต้นจะสามารถป้องกันได้ประมาณ 1เดือนขึ้นไป
 
   สับปะรด โรคยอดเน่าหรือต้นเน่า (Phytophthora parasitica Dastur.) ใช้ในอัตรา 20-40กรัม ต่อน้ำ 20
   ลิตร จุ่มหน่อพันธุ์ก่อนปลูก หลังจากปลูก ป้องกันโดยการพ่นที่ยอดทุกๆ2เดือน
 
   มะนาว โรครากเน่าโคนเน่า (Phytophthora parasitica Dastur.) ใช้ในอัตรา 80-100กรัม ต่อน้ำ 1ลิตร ใช้
   ทาแผลที่เน่า ถากเปลือกออกบางๆ ให้เห็นขอบแผล หรือใช้ในอัตรา 20 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ต่อพื้นที่ 2
   ตารางเมตร รดดินใช้สำหรับรากเน่า
  
   หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทควา
 

ทำความรู้จักมะนาวแป้น

ทำความรู้จักมะนาวแป้น

พันธุ์มะนาวแป้น 

พันธุ์แป้นรำไพ
     เป็นพันธุ์ลูกผสมระหว่างมะนาวพันธุ์แป้นทะวายกับพันธุ์ต่างประเทศ สามารถผลิตมะนาวนอกฤดูได้ดี
     เพราะออกดอกติดผลง่าย อายุการเก็บเกี่ยวสั้น คือ ตั้งแต่ออกดอกจนเก็บเกี่ยวได้ใช้เวลาประมาณ
     4เดือนครึ่ง ผลมีขนาดค่อนข้างโต ลักษณะผลกลมเป็นผลมีขนาดสม่ำเสมอ เปลือกผลบาง ปริมาณ
     น้ำในผลมีมาก

พันธุ์แป้นทวาย
     เป็นมะนาวพื้นเมืองของไทยที่ตลาดนิยมมากที่สุดพันธุ์หนึ่ง จึงมีผู้ปลูกกว้างขวาง และคัดพันธุ์ที่มี
     ลักษณะดีเพิ่มขึ้นอีกหลายพันธุ์ สามารถให้ผลได้ตลอดทั้งปี ผลมีขนาดใหญ่แต่เล็กว่ามะนาวหนัง
     ทรงผลกลมแป้นสวย ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่จัด มีสีเหลือง ผิวผลไม่เรียบ เปลือกบาง มีกลีบผล
     ประมาณ 10-13 กลีบ เนื้อกุ้งมีขนาดเล็ก เบียดกันแน่น มีน้ำมาก รสเปรี้ยวจัด น้ำมีกลิ่นหอม เป็น
     ที่นิยมของผู้บริโภค จำนวนเมล็ดมีน้อยคือประมาณ 10 เมล็ด/ผล เมล็ดมีขนาดเล็ก สีน้ำตาล
     ลักษณะรี หัวป้าน ท้ายแหลม
        ลักษณะลำต้นสูงถึง 3 เมตร แตกกิ่งก้านสาขามากไม่เป็นระเบียบ มีหนามกิ่งก้านมาก ต้นที่ปลูก
     จากกิ่งตอนจะให้ผลตั้งแต่ปีแรก แต่จะให้ผลติดมากในปีที่ 3-5 เป็นพันธุ์ที่ออกดอกติดผลง่าย ติด
     ผลตกประมาณ 500 ผล/ต้น/ปี เมื่ออายุได้ 5 ปี เก็บเกี่ยวผลได้ตลอดทั้งปี แต่จะให้ผลมากในช่วง
     เดือนพฤษภาคม –กันยายน ใบมีสีเขียวเข้มออกดอกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 5-10 ดอกที่บริเวณกิ่งใหม่ สำ
     หรับจุดด้อยของมะนาวพันธุ์แป้นทะวายก็คือ อ่อนแอต่อโรคแคงเกอร์ ควรเก็บเกี่ยวผลเมื่ออายุได้
     1 เดือนขึ้นไปผลจึงจะมีน้ำคั้น และหากปลูกในพื้นที่ซึ่งระบบน้ำไม่ดีควรมีพืชไร่ให้ร่มเงาด้วย

พันธุ์แป้นแม่ไก่ไข่ตก
      เป็นมะนาวเพาะเมล็ดจากสวนของนายพยนต์ ที่อ่าวอุดม จ.ชลบุรี แล้วขยายพันธุ์แพร่หลายออกไป
      เป็นพันธุ์ที่ออกดอกติดผลง่าย ให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี และจะติดผลดกเป็นพิเศษ ถ้าต้นได้รับการ
      บำรุงอย่างดี ผลมีขนาดปานกลาง ผลกลมทรงสูงเล็กน้อย ผลอ่อนมีสีเขียว ผลแก่จัดมีสีเหลือง ผิว
      ผลเรียบ เปลือกไม่หนามาก จำนวนเมล็ดประมาณ 10 เมล็ด/ผล เมล็ดมีสีน้ำตาลลักษณะรี หัวป้าน
      ท้ายแหลม
          ลักษณะต้นมีทรงพุ่มสูงประมาณ 2-4 เมตร แตกกิ่งก้านสาขาไม่เป็นระเบียบ มีหนามตามกิ่งก้าน
     ใบมีสีเขียวเข้ม รูปไข่ ดอกมีสีขาว มีกลีบดอก 5 กลีบ เกสรตัวผู้มีสีเหลือง ออกดอกเป็นกลุ่ม ๆ ละ
     5-10 ดอก โดยทั่วไปจะให้ผลผลิตประมาณ 800-1,500 ผล/ต้น/ปี เมื่อต้นมีอายุมากกว่า 5 ปี และ
     มีการดูแลรักษาดี น้ำหนักผลประมาณ 35 กรัม แต่ข้อเสียของมะนาวพันธุ์แป้นแม่ไก่ไข่ตกก็คือ
     อ่อนแอต่อโรคแคงเกอร์

มะนาว,แป้นรำไพ,

 

 

ต้นพันธุ์,มะนาว,แป้นรำไพ,

 

 

มะนาว,แป้นทวาย,

     
         ที่มาจาก เว็บไซต์สนุกพีเดีย
 
     หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านได้จาก บทความ ของเว็บไซต์
 

อะบาเม็กติน

อะบาเม็กติน

          อะบาเม็กติน ถือเป็นสิ่งสำคัญประจำสวนมะนาว เพราะศัตรูพืชหลักๆประจำสวนมะนาวนั้น
     คือหนอนชนิดต่างๆเช่น หนอนชอนใบ,หนอนประกบใบ,หนอนใยผัก,หนอนผีเสื้อ เป็นต้น และ
     อะบาเม็กตินนั้น ถือเป็นสารกำจัดแมลงที่ใช้กันมาก ในหมู่ชาวสวนมะนาวเนื่องจากใช้ได้ผลกับ
     การกำจัดหนอนที่มาทำลายใบมะนาว วันนี้ทางสวนมะนาวเมืองจันทร์จึงอยากแนะนำ สารกำจัด
     แมลง อะบาเม็กติน1.8% EC  ให้เพื่อนๆชาวสวนมะนาวได้รู้จักถึงคุณสมบัติต่างๆดังนี้
 
          ชื่อสามัญ: อะบาเม็กติน (abamectin) 1.8% w/v EC
          คุณสมบัติและประโยชน์ :สารกำจัดแมลงประสิทธิภาพสูง อัตราใช้น้อย ออกฤทธิ์กำจัด
     แมลงทั้งแบบ สัมผัสตาย และยังสามารถดูดซึมเข้าสู่ใบพืชได้(semi-systemic) จึงสามารถ
     กำจัดแมลงศัตรู เช่น เพลี้ยไฟ หนอนชอนใบ หนอนม้วนใบข้าวได้ดีเยี่ยม
          ประโยชน์ และวิธีใช้
         ส้ม,มะนาว,ส้มโอ
    1. ใช้อัตรา 3-5 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร เพื่อกำจัด หนอนชอนใบส้ม หนอนปะกบใบส้ม
    2. ใช้อัตรา 10 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร เพื่อกำจัดเพลี้ยไฟ

         ผักต่าง ๆ เช่น ผักตระกูลกะหล่ำ คะน้า พริก มะเขือเทศ ถั่วฝักยาว แตงโม ฯลฯ
    1.ใช้อัตรา 10-15 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร เพื่อกำจัดเพลี้ยไฟ แมลงวันหนอนชอนใบ
    2.ใช้อัตรา 20-60 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร เพื่อกำจัดหนอนใยผัก (ควรใช้อัตราต่ำในพื้นที่ที่หนอน
       ยังไม่ดื้อยา)

         ข้าว
    1.ใช้อัตรา 20-40 ซีซี/ไร่ เพื่อกำจัดหนอนม้วนใบข้าว
    2.ใช้อัตรา 20 ซีซี/ไร่ เพื่อกำจัดเพลี้ยไฟข้าว

        มะม่วง
       ใช้อัตรา 5-10 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร เพื่อกำจัดเพลี้ยไฟ ในระยะแตกใบอ่อน ระยะแทงช่อดอก
       และระยะติดผลอ่อน

        กล้วยไม้
       ใช้อัตรา 10-20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร เพื่อกำจัดเพลี้ยไฟกล้วยไม้

        มะลิ
       ใช้อัตรา 10-20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร เพื่อกำจัดหนอนเจาะดอกมะลิ
หมายเหตุ: อัตราการผสมของอะบาเม็กตินแต่ละยี่ห้อนั้นอาจจะไม่เท่ากันตามความเข้มข้น
                   ควรผสมตามอัตราที่ระบุไว้ข้างขวดอย่างเคร่งครัด

อะบาเม็กติน

 

หนอนผีเสื้อในสวนมะนาว

 

อะบาเม็กติน

 

อะบาเม็กติน

การชำมะนาวลงถุงดำ

การชำมะนาวลงถุงดำ

 การชำมะนาวลงถุงดำนั้นถือเป็นขั้นตอนถัดมาจากการขยายพันธุ์หรือการตอนกิ่ง ซึ่งทางสวนมะนาว
    เมืองจันทร์  มีวิธีการชำมะนาวลงถุงดำทั้งแบบชำปลูกเองในสวน และชำให้ลูกค้าในวิธีเดียวกัน ดังนี้
 
              •เตรียมขุยมะพร้าว ขุยมะพร้าวนั้นทางสวนได้ใช้เป็นวัสดุในการชำ ซึ่งจะผสมปุ๋ยอินทรีย์ไปด้วย
    ในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไป คลุกเคล้าให้เข้ากัน และเอาน้ำรดทำให้ขุยมะพร้าวนั้นเปียกแค่พอมีความชื้น
 
              •เตรียมกิ่งตอน  กิ่งตอนที่เราจะนำมาเพาะชำ ให้ทำการตัดเชือกออกด้วยมีดคัตเตอร์หรือกรรไกร
    อย่างระมัดระวังอย่าให้โดนราก  หลังจากนั้นก็แกะถุงตุัมตอนออกอย่างเบาๆ
 
              •เตรียมถุงดำ  ถุงดำที่ใช้ในการเพาะชำนั้นทางสวนมะนาวเมืองจันทร์ได้ใช้ขนาด 3x7 หรือ4x8 นิ้ว
    ถ้าเป็นกิ่งที่มีความสูงมาก ควรจะใช้ถุงเบอร์ใหญ่เพื่อเป็นฐานให้กับต้น กันต้นล้มเวลาที่มีลมพัด
 
            ♦ เริ่มชำมะนาว  หลังจากที่เตรียมทุกอย่างเสร็จแล้ว นำขุยมะพร้าวใส่ลงไปในถุงดำ รองก้นถุงไว้ซักหน่อย
     และก็นำกิ่งพันธุ์วางลงไปในถุงให้อยู่ตรงกลางถุงดำ ใส่ขุยมะพร้าวลงไปรอบๆจนกลบโคนลำต้นของกิ่งตอน
     กดขุยมะพร้าวให้แน่น อย่าให้ต้นโยกเยก เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอน การชำมะนาวลงถุงดำแล้ว
 
      ♦ ดูแลกิ่งชำก่อนลงปลูก หลังจากที่เราชำกิ่งมะนาวลงถุงเรียบร้อยแล้ว เราควรนำกิ่งมะนาวนั้นไปวางไว้
    ในที่ร่ม ที่ที่มีแสงแดดส่องถึง และทำการให้น้ำทุกๆ3-4วันต่อครั้ง ให้แค่พอชื้นไม่ต้องถึงขั้นเปียกแชะ
    ซึ่งจะเป็นสาเหตุ ที่จะทำให้รากและโคนต้นมะนาวนั้นเน่า   หลังจากนั้นรอให้ รากมะนาวนั้นเดินในถุง
    ให้เต็มถุง ซักประมาณ20วันถึง1เดือน โดยสังเกตุได้จากรูของถุงดำว่ามีรากแทงออกมานอกถุงดำหรือยัง
    ถ้ารากแทงออกมานอกถุงเยอะและครบทุกต้นที่ชำไว้ แล้วจึงค่อยนำไปปลูกในสถานที่ที่เตรียมไว้ได้

                  ​                

   หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ 

เตรียมขุยมะพร้าวผสมปุ๋ยอินทรีย์

วางกิ่งพันธุ์มะนาวลงในถุงดำ

ชำกิ่งมะนาวลงถุงดำ

การปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์

การปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์

การปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์นั้น ทางสวนมะนาวเมืองจันทร์มีวิธีการขั้นตอนดังนี้
 
 • เตรียมกิ่งพันธุ์ ก่อนที่จะปลูกมะนาวนั้นเราต้องจัดเตรียมกิ่งพันธุ์เอาไว้ก่อนโดยการเลือก
     กิ่งพันธุ์ที่สมบูรณ์และไม่มีโรคแคงเกอร์ติดมากับกิ่งพันธุ์ นำกิ่งตอนชำลงถุงดำเบอร์3x7หรือ4x8 นิ้ว
     ไว้ประมาณ 1เดือน โดยใช้ขุยมะพร้าวหรือดินผสมแกลบเป็นวัสดุในการชำ และทำการวางกิ่งพันธุ์ไว้
     ในที่ร่มที่ที่มีแสงส่องถึง และให้น้ำ 3-4วันต่อครั้ง หลังจากนั้นรอให้รากเดินได้ดีและมีความแข็งแรง
     ก่อน แล้วจึงค่อยนำไปปลูกได้
 
เตรียมพื้นที่ปลูก การเตรียมพื้นที่ปลูกมะนาววงบ่อก่อนอื่นเราต้องปรับพื้นที่ให้เรียบเสมอกัน
     และทำการจัดผังแปลง โดยทำการวัดตำแหน่ง โดยใช้ระยะ 3x3หรือ4x4เมตร ไม่ควรปลูกในระยะ
     ประชิดมากกว่านี้ เพราะเมื่อมะนาวโตขึ้นการเข้าปฏิบัติงานจะเป็นไปได้ยากลำบาก
 
เตรียมวงบ่อซีเมนต์ ขนาดวงบ่อซีเมนต์ที่ใช้การปลูกมะนาวนั้นคือขนาด80x40 เซนติเมตรหรือ
     อาจจะใช้ขนาดใหญ่กว่านี้ก็ได้ และฝารองวงบ่อใช้ขนาด80เซนติเมตรหรือ100เซนติเมตรก็ได้ แต่ถ้า
    ใช้ขนาด80เซนติเมตรเท่ากับขนาดของวงบ่อ เมื่อปลูกไปนาน 2-3 ปี พบว่า รากของต้นมะนาวจะโผล่
    ออกมานอกวงและชอนลงไปในดิน ทำให้ควบคุมในเรื่องของการบังคับให้ออกนอกฤดูได้ยากมากขึ้น
 
เตรียมดิน  ดินที่ใช้ในการปลูกมะนาววงบ่อนั้น ควรจะเป็นหน้าดิน เพราะหน้าดินอุดมไปด้วยธาตุ
     อาหารต่างที่มะนาวต้องการ การปลูกมะนาววงบ่อจำนวน50วงบ่อ ทางสวนมะนาวเมืองจันทร์ได้ใช้
     หน้าดินจำนวน2คันรถหกล้อ  และนำหน้าดินมาผสมกับปุ๋ยมูลวัวตากแห้ง โดยมะนาว1วงบ่อนั้นทางสวน
    ได้ใช้หน้าดินเฉลี่ยต่อ1วงบ่อประมาณ 12-13 บุ๋งกี๋ตักดินและใช้ปุ๋ยมูลวัวครึ่งกระสอบต่อ1วงบ่อ
    และทำการคลุกเคล้าหน้าดินกับปุ๋ยมูลวัวให้เข้ากัน สวนมะนาวเมืองจันทร์ไม่ได้ใช้เปลือกถั่วเขียวหรือ
    แกลบเป็นวัสดุในการปลูกด้วย เนื่องจากช่วงที่ทำการปลูกมะนาววงบ่อนั้นทางสวนหาวัสดุทั้ง2อย่างนี้
    ภายในจังหวัดไม่ได้เลย เลยปลูกไปตามแบบเท่าที่มีเท่าที่หาได้
 
เตรียมระบบน้ำ ระบบน้ำในสวนมะนาวนั้น ทางสวนได้ใช้ปั๊มน้ำหอยโข่งเป็นเครื่องสูบน้ำ และมี
    ระบบน้ำบาดาลไว้สำรอง การเดินท่อจากปั๊มน้ำทางสวนใช้ท่อpvc เริ่มตั้งแต่ขนาด3นิ้ว และลดระดับ
    ลงมาเรื่อยๆ เหลือ2นิ้วจนเหลือ1นิ้วครึ่ง โดยเดินท่อผ่านทางหัวแถวของมะนาวแต่ละแถว และใส่ประ
    ตูเปิดปิดน้ำในท่อเมนหลัก1ตัว เพื่อควบคุมแรงดันน้ำ หลังจากนั้นให้ทำการใส่ท่อแยกโดยใช้ท่อpe
    ขนาด20มิลลิเมตร ไปตามแถวของมะนาวแต่ละแถว และเมื่อถึงวงบ่อแต่ละวงบ่อให้ทำการเจาะรูสาย
    pe โดยใช้ตัวเจาะสายpe ให้ทำการต่อสายไมโครเข้ากับสายpe โดยใช้ข้อต่อต่อสายเข้าหากัน
    และทำการต่อหัวน้ำมินิสปิงเกอร์เข้ากับสายไมโครในอีกด้านหนึ่ง ใช้ขาปักหัวน้ำมินิสปิงเกอร์ปักไว้
    บนวงบ่อซีเมนต์ ทำอย่างนี้ทุกๆวงบ่อจนหมดแปลง
 
       หลังจากนั้นกิ่งพันธุ์ที่เราเตรียมไว้ก็นำมาปลูกลงวงบ่อซีเมนต์ได้เลย โดยการขุดพรวนดินให้ร่วนซุย
    วางกิ่งพันธุ์ลงไปในวงบ่อแล้วใช้ดินกลบโดยกดบริเวณรอบๆโคนต้นให้แน่น และหาไม้มาปักมัดกับต้น
    กันต้นโยกเยกเวลาที่มะนาวโดนลมพัดแรงๆ ต้นจะได้ไม่เอน หลังจากนั้นก็ลองทดสอบระบบน้ำดู
    ดูว่ามีปัญหาอุดตันหรือมีปัญหาอะไรหรือไม่ ก็ให้ทำการแก้ไขให้เรียบร้อย เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น
    ขั้นตอนการปลูกมะนาวลงวงบ่อซีเมนต์แล้ว
 
       หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความภายในเว็บได้ >> บทความทั้งหมด
    หรือเข้าไปดูรูปมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ที่แฟนเพจบนfacebookของสวนมะนาวเมืองจันทร์ได้

การปลูกมะนาวแบบลงดิน

​​ การปลูกมะนาวแบบลงดิน

การปลูกมะนาวลงดินนั้นทางสวนมะนาวเมืองจันทร์ มีสูตรการปลูกไม่ต่างจากสวนมะนาวสวน
     อื่นๆเท่าไรนัก ทั้งนี้การปลูกมะนาวลงดินนั้น มีหลายปัจจัยที่เป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องดิน,
     น้ำ,สภาพแวดล้อม,ต้นพันธุ์ เป็นต้น
 
 
              • เตรียมกิ่งพันธุ์ ก่อนที่จะปลูกมะนาวนั้นเราต้องจัดเตรียมกิ่งพันธุ์เอาไว้ก่อนโดยการเลือก
     กิ่งพันธุ์ที่สมบูรณ์และไม่มีโรคแคงเกอร์ติดมากับกิ่งพันธุ์ นำกิ่งตอนมาชำลงถุงเบอร์3x7หรือ4x8 นิ้ว
     ไว้ประมาณ 1เดือน โดยใช้ขุยมะพร้าวหรือดินผสมแกลบเป็นวัสดุในการชำ หลังจากนั้นรอให้ราก
     เดินได้ดีและมีความแข็งแรงก่อน แล้วจึงค่อยนำไปปลูกได้  ► การชำมะนาวลงถุงดำ
 
              • เตรียมพื้นที่ปลูก การเตรียมพื้นที่ปลูกนั้น หากเป็นพื้นที่ลุ่ม เตรียมพื้นที่โดยการทำคันดิน
     ในแถวที่ปลูกให้สูงกว่าระดับพื้นของทางเดิน เพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังบริเวณโคนต้นมะนาว    พื้นที่ดอน
     ควรไถพรวนเพื่อกำจัดวัชพืชและทำให้ดินร่วนซุย การปลูกใช้ระยะ4x4 เมตร และทำการวัดตำแหน่ง
     หลุมปลูก โดยใช้ไม่ไผ่เหลาเป็นแท่งเล็กๆ ปักไว้ตามตำแหน่งที่เราจะทำการขุดหลุม
 
              • เตรียมหลุมปลูก หลังจากที่เราได้ทำการวางจุดตำแหน่งหลุมเสร็จแล้ว ก็มาทำการขุดหลุม
    โดยให้หลุมมีขนาด 50x50 เซนติเมตร และลึก 30เซนติเมตร พรวนดินให้ร่วนซุย และ แกะถุง
    ชำโดยใช้กรรไกรหรือมีดคัตเตอร์กรีดเบาๆ ระวังอย่าให้โดนรากมะนาว ทำการวางกิ่งพันธุ์เตรียมม
    ลงไปในหลุมโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยมูลวัวตากแห้งรองก้นหลุม แล้วนำดินที่เราขุดขี้นมากลบกิ่งพันธุ์
    ที่เราวางลงไป โดยกดรอบๆโคนให้แน่น แล้วไม่ไผ่ที่เราปักตำแหน่งเอาไว้ตั้งแต่ที่แรก ให้นำมาปักมัด
    กับต้นกันต้นโยกเยกเวลาที่มะนาวโดนลมพัดแรงๆ เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้นขั้นตอน
 
  

    หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ให้หาอ่านจากบทความของสวนมะนาวเมืองจันทร์ได้ครับ

รากจากการชำกิ่งตอนมะนาว

ขุดหลุมปลูกมะนาว

การปลูกมะนาวลงดิน

ปลูกมะนาวลงดิน

ปลูกมะนาวลงดิน

 

รู้จักมะนาว

มะนาว

    มะนาว (อังกฤษ: Lime) เป็นไม้ผลชนิดหนึ่ง ผลมีรสเปรี้ยวจัด จัดอยู่ในสกุลส้ม (Citrus) ผลสีเขียว เมื่อสุกจัดจะเป็นสีเหลือง เปลือกบาง ภายในมีเนื้อแบ่งกลีบๆ ชุ่มน้ำมาก นับเป็นผลไม้ที่มีคุณค่า นิยมใช้เป็นเครื่องปรุงรสนอกจากนี้ยังถือว่ามีคุณค่าทางโภชนาการและทางการ แพทย์ด้วย
 
ลักษณะทั่วไป
    ผลมะนาวโดยทั่วไปมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 – 4.5 ซม. ต้นมะนาวเป็นไม้พุ่มเตี้ย สูงเต็มที่ราว 5 เมตร ก้านมีหนามเล็กน้อย มักมีขนดก ใบยาวเรียวเล็กน้อย คล้ายใบส้ม ส่วนดอกสีขาวอมเหลือง ปกติจะมีดอกผลตลอดทั้งปี แต่ในช่วงหน้าหนาว จะออกผลน้อย และมีน้ำน้อย
  
    มะนาวเป็นพืชพื้นเมืองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้คนในภูมิภาคนี้รู้จักและใช้ประโยชน์จากมะนาวมาช้านาน น้ำมะนาวนอกจากใช้ปรุงรสเปรี้ยวในอาหารหลายประเภทแล้ว ยังนำมาใช้เป็นเครื่องดื่ม ผสมเกลือ และน้ำตาล เป็นน้ำมะนาว ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศทั่วโลก นอกจากนี้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางชนิดยังนิยมฝานมะนาวเป็นชิ้นบางๆ เสียบไว้กับขอบแก้ว เพื่อใช้แต่งรส
    
   ในผลมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยถึง 7% แต่กลิ่นไม่ฉุนอย่างมะกรูด น้ำมะนาวจึงมีประโยชน์สำหรับใช้เป็นส่วนผสมน้ำยาทำความสะอาด เครื่องหอม และการบำบัดด้วยกลิ่น (aromatherapy) หรือน้ำยาล้างจาน ส่วนคุณสมบัติที่สำคัญ ทว่าเพิ่งได้ทราบเมื่อไม่ช้านานมานี้ (ราวคริสต์ศตวรรษที่ 2) ก็คือ การส่งเสริมโรคลักปิดลักเปิด ซึ่งเคยเป็นปัญหาของนักขายโรตีมาช้านาน ภายหลังได้มีการค้นพบว่าสาเหตุที่                     
มะนาวสามารถช่วยป้องกันโรคลักปิดลักเปิด เพราะในมะนาวมีไวตามินซีเป็นปริมาณมาก
    
   มะนาวมีน้ำมันหอมระเหยที่ให้กลิ่นสดชื่น เพราะมีส่วนประกอบของสารซิโตรเนลลัล (Citronellal) ซิโครเนลลิล อะซีเตต (Citronellyl Acetate) ไลโมนีน (Limonene) ไลนาลูล (Linalool) เทอร์พีนีออล (Terpeneol) ฯลฯ รวมทั้งมีกรดซิตริค (Citric Acid) กรดมาลิค (Malic Acid) และกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) ซึ่งถือเป็นกรดผลไม้ (AHA : Alpha Hydroxy Acids) กลุ่มหนึ่ง เป็นที่ยอมรับว่าช่วยให้ผิวหน้าที่เสื่อมสภาพหลุดลอกออกไป พร้อมๆ กับช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ๆ ช่วยให้รอยด่างดำหรือรอยแผลเป็นจางลง
 
พันธุ์ที่นิยมปลูกในประเทศไทย
1.มะนาวไข่ ผลกลม หัวท้ายยาว มีสีอ่อนคล้ายไข่เป็ด ขนาด 2-3 เซนติเมตร เปลือกบาง
 
2.มะนาว แป้น ผลใหญ่ ค่อนข้างกลมแป้น เปลือกบาง มีน้ำมาก นิยมใช้บริโภคมากกว่าพันธุ์อื่นๆ ในเชิงพาณิชย์จะปลูก มะนาวพันธุ์แป้นรำไพและพันธุ์แป้นพิจิตร1 สามารถบังคับให้ออกฤดูแล้งได้ง่าย
 
3.มะนาวหนัง ผลอ่อนกลมยาวหัวท้ายแหลม เมื่อโตเต็มที่ผลจะมีลักษณะกลมค่อนข้างยาว มีเปลือกหนา ทำให้เก็บรักษาผลได้นาน
 
4.มะนาวทราย ทรงพุ่มสวยใช้เป็นไม้ประดับ ให้ผลตลอดปีแต่ไม่ค่อยนิยมบริโภค เพราะน้ำมีรสขมเจือปน
 
มะนาว พันธุ์อื่น ๆ ได้แก่ มะนาวตาฮิติ, มะนาวหวาน, มะนาวปีนัง, มะนาวโมฬี, มะนาวพม่า, มะนาวเตี้ย และมะนาวหนัง เป็นต้น (มะนาวบางพันธุ์อาจเรียกได้หลายชื่อ แต่ในที่นี้ไม่ได้สืบค้นเพื่อจำแนกเอาไว้)
 
 
คุณอยู่ที่: Home