สวนมะนาวเมืองจันทร์ 5หมู่7 ต.ซึ้ง อ.ขลุง จ.จันทบุรี  www.chanapanmanaw.com 

6 items tagged "ปุ๋ยอินทรีย์"

ทั้งหมด 1 - 5 จาก 6

ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

สร้างใน วันเสาร์, 22 กุมภาพันธ์ 2557 20:42

ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ (Bio-organic Fertilizer, BOF) หมายถึง สารธรรมชาติที่ได้จากกระบวน
  การหมักบ่ม วัตถุดิบจากธรรมชาติต่างๆทั้งพืช และสัตว์จนสลายตัวสมบูรณ์เป็นฮิวมัส วิตามิน
  ฮอร์โมน และสารธรรมชาติต่าง ๆ (ดินป่า) ซึ่งเป็นทั้งอาหารของดิน (สิ่งมีชีวิตในดิน) ตัวเร่งการทำ
  งาน (catalize) ของสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในดิน และอาศัยอยู่ปลายรากของพืช (แบคทีเรีย
  แอคติโนมัยซิส และเชื้อรา ฯลฯ) ที่สามารถสร้างธาตุอาหารกว่า 93 ชนิดให้แก่พืช 
 
ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพเป็นปุ๋ยสองชนิดร่วมกัน คือ ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ กระบวนการผลิตจะ
  ต้องทำการผลิตแยกกัน การผลิตปุ๋ยอินทรีย์จะต้องใช้กระบวนการผลิตที่ให้อุณหภูมิสูงเพื่อฆ่าเชื้อ
  จุลินทรีย์ที่เป็นโรคพืช คน และสัตว์ในวัสดุหมัก รวมทั้งเพื่อลดประชากรจุลินทรีย์ธรรมชาติในช่วง
  สุดท้ายที่อุณหภูมิในกองปุ๋ยลดลงอยู่ระหว่าง 35-40°C ในการผลิตปุ๋ยชีวภาพนั้นจะใช้จุลินทรีย์
  กลุ่ม plant growth promoting rhizobacteria (PGPR) ที่สามารถตรึงไนโตรเจนได้และผลิต
  ออกซิน โดยต้องทำการผลิตในถังหมักระบบปลอดเชื้อ จุลินทรีย์ที่ใช้คือสกุล Azotobacter และ
  Azospirillum ที่ได้ผ่านการคัดเลือกเฉพาะที่ให้ประสิทธิภาพสูง การผลิตในถึงหมักปลอดเชื้อจะ
  ต้องได้ปริมาณเชื้อสูงถึง 109 cells/ml จึงจะสามารถนำไปผสมกับปุ๋ยหมักได้ นอกจากปุ๋ยชีวภาพ
  ในกลุ่ม PGPR แล้วยังได้นำเชื้อราไตรโคเคอร์มา(Trichoderma harzianum) ซึ่งเป็น จุลินทรีย์ที่
  มีความสามารถในการย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ และเชื้อปฏิปักษ์ยับยั้ง และทำลายเชื้อราที่เป็นสาเหตุ
  ทำให้รากเน่าในพืช ใส่ลงไปในปุ๋ยดังกล่าวด้วย ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพดังกล่าวนี้จะมีคุณสมบัติของการ
  เป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้มาตรฐานของกรมวิชาการเกษตร และมีปริมาณเชื้อจุลินทรีย์ดังกล่าวในปริมาณ
  ที่สูงพอที่จะก่อให้เกิดผลดีต่อพืช 
 
ประโยชน์ของปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ
  1.    เป็นอาหารของสิ่งมีชีวิตในดิน เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา และแอคติโนมัยซิส 
  2.    ให้ธาตุอาหาร และกระตุ้นให้จุลินทรีย์สร้างอาหารกว่า 93 ชนิดแก่พืช 
  3.    ช่วยปรับปรุงคุณสมบัติ และโครงสร้างดินให้ดีขึ้น 
  4.    ช่วยดูดซับ หรือดูดยึดธาตุอาหารไว้ให้แก่พืช 
  5.    ช่วยปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของดินให้อยู่ในระดับที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของพืช 
  6.    ช่วยกำจัด และต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคต่าง ๆ 
  7.    ทำให้พืชสามารถสร้างพิษได้เอง สามารถต้านทานโรค และแมลงได้ดี 
 
 

ปุ๋ยอินทรีย์

เครื่องผสมปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

ปุ๋ยหมักชีวภาพ

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ
 

 

ปุ๋ยมูลวัวตากแห้ง

สร้างใน วันศุกร์, 24 มกราคม 2557 22:56

ปุ๋ยมูลวัวตากแห้ง

ปุ๋ยมูลวัวตากแห้ง หรือ ปุ๋ยคอก
ปุ๋ยคอกเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชนิดหนึ่งซึ่งได้มาจากการเลี้ยงสัตว์และได้มีการนำ มาใช้ทางการเกษตรอย่าง
   แพร่หลายเป็นเวลานานหลายปีมาแล้ว ปุ๋ยคอกไม่เพียงแต่จะให้อินทรียวัตถุ ธาตุอาหารหลัก และธาตุอา
   หารรอง ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช แต่ยังช่วยปรับปรุงโครงสร้างของดินให้เหมาะสมต่อการเจริญ
   เติบโตของพืช ทำให้ดินมีการระบายน้ำและอากาศดีขึ้น  นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งธาตุอาหารของจุลินทรีย์ที่
   เป็นประโยชน์ในดิน ซึ่งมีผลทำให้กิจกรรมต่าง ๆ ของจุลินทรีย์ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและยังช่วย
   เพิ่มปริมาณของ จุลินทรีย์ในดินอีกด้วย
 
การใส่ปุ๋ยมูลวัวตากแห้งกับต้นมะนาว
การใส่ปุ๋ยมูลวัวตากแห้งกับต้นมะนาวทางสวนมะนาวเมืองจันทร์ใส่ทุกๆ6เดือน เป็นขั้นต่ำ โดยปกติ
   ปุ๋ยมูลวัวจะใช้ระยะเวลาย่อยสลายช้ากว่าปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ จึงทำให้ปุ๋ยมูลวัวตากแห้งมีระยะเวลา
   การย่อยสลายช้าจึงทำให้อยู่ได้นานกว่าปุ๋ยชนิดอื่นๆ จึงไม่จำเป็นต้องใส่อยู่บ่อยๆ การใส่ปุ๋ยมูลวัวสำหรับ
   ทางสวนในแต่ละครั้ง หากปุ๋ยมูลวัวย่อยสลายหมดไป ทางสวนจึงทำการใส่ปุ๋ยมูลวัวในครั้งต่อไปในทันที
   โดยจะไม่คำนึงถึงระยะเวลาในการใส่แต่ละครั้ง โดยปกติจะใส่ทุกๆ6เดือน ต่อครั้งเป็นขั้นต่ำ
 
ทำไมต้องเป็นปุ๋ยมูลวัวที่ใส่ต้นมะนาว
มีหลายๆท่านได้ถามมาว่าใส่ปุ๋ยมูลสัตว์ชนิดอื่นๆได้ไหม ทางสวนจึงขออธิบายดังนี้นะครับปุ๋ยมูลสัตว์
   ชนิดอื่นไม่ว่าจะเป็น ปุ๋ยมูลค้างคาว ปุ๋ยขี้ไก่ ซึ่งเป็นสัตว์ปีก ปุ๋ยมูลสัตว์ปีกจะมีปริมาณธาตุอาหารหรือธาตุ
   ไนโตรเจน สูงกว่าปุ๋ยมูลวัว ซึ่งธาตุอาหารเกินกว่าที่ต้นมะนาวต้องการ ดังนั้นปุ๋ยมูลวัวจึงมีปริมาณธาตุ
   อาหารเหมาะสมกับการใส่ต้นมะนาวมากที่สุดครับ
 

ปุ๋ยมูลวัวตากแห้ง

การใส่ปุ๋ยมูลวัวตากแห้ง

ใส่ปุ๋ยมูลวัวตากแห้ง

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ 
 

เทคนิคการใส่ปุ๋ยมะนาวให้มีประสิทธิภาพ

สร้างใน วันอังคาร, 03 กันยายน 2556 00:10

เทคนิคการใส่ปุ๋ยมะนาวให้มีประสิทธิภาพ

           การใส่ปุ๋ย ให้ต้นมะนาวนั้น ไม่ว่าจะเป็นการใส่ปุ๋ยเคมี,ปุ๋ยอินทรีย์ถ้าจะให้ดีมีประสิทธิภาพนั้น  สิ่งที่ควรทำนั้นก็คือ
 
          1. กำจัดวัชพืช  ก่อนการใส่ปุ๋ยควรทำการกำจัดวัชพืชรอบๆทรงพุ่มมะนาวออกเสียก่อนโดยการถอนการถาก การตัดหรือว่าดายหญ้า ถ้าใช้การถอน จะถือว่าเป็นการพรวนดินไปด้วย และก็ต้องระวังรากมะนาวระหว่างที่ถอนไปด้วย  การถากก้ถือว่าเป็นวิธีที่ดีแต่ก็ต้องคอยระวังเรื่องรากเหมือนกัน การตัดหรือการดายก็เป็นอีกวิธีที่ไม่ต้องคอยระวังเรื่องของรากมะนาว แต่รากของวัชพืชก็จะยังอยู่ในดินทำให้วัชพืชเติบโตขึ้นมาใหม่อีกในวันข้างหน้า 
 
          2. การพรวนดิน หลังจากที่กำจัดวัชพืชเสร็จแล้ว ก็ทำการพรวนดิน(สำหรับมะนาวปลูกแบบลงดิน)พรวนดินให้ร่วนซุยบริเวณห่างออกมาจากรอบๆทรงพุ่มนิดนึง เพราะการพรวนดินในระยะทรงพุ่ม จะทำให้ไปโดนกับปลายรากมะนาวได้ เพราะปลายรากของมะนาวนั้นจะอยู่ในระยะทรงพุ่ม เราควรพรวนดินห่างออกมาจากรอบทรงพุ่มนิดนึงซึ่งจะทำให้รากของมะนาวนั้นหาอาหารได้สะดวกและไม่ขาดอากาศหายใจเพราะดินแน่น
 
          3. การให้น้ำนำร่อง หลังจากที่พรวนดินเสร็จแล้ว ก็ให้ทำการให้น้ำนำร่องก่อนการใส่ปุ๋ย เพื่อให้ดินได้มีความชุ่มชื้น โดยให้แค่ดินนั้นมีความชุ่มชื้นก็พอไม่ต้องถึงขั้นเปียกแฉะ 
 
          4. การใส่ปุ๋ย ทำการใส่ปุ๋ยลงไปบริเวณรอบๆทรงพุ่ม โดยทำการหว่านให้กระจายทั่วๆบริเวณทรงพุ่มและไม่ควรใส่ชิดโคนมากเกินไปและควรใส่ปุ๋ยในอัตราที่พอดี ไม่ใส่ในปริมาณที่มากจนเกินไป ซึ่งบางท่านอาจรีบร้อนอยากให้มะนาวโตไวๆและสมบูรณ์ จึงใส่ลงไปในปริมาณมาก จนเกิดผลเสียกับต้นมะนาว ซึ่งถ้ามะนาวแพ้ปุ๋ยแล้วก็อาจทำให้ต้นมะนาวนั้นน๊อคปุ๋ยตายได้ ซึ่งถ้ามะนาวน๊อคปุ๋ยแล้วก็เตรียมทำใจถอนทิ้งได้เลย โอกาสที่จะรอดนั้นยากมาก
 
          5. การให้น้ำละลายปุ๋ย หลังจากที่เราได้ทำการใส่ปุ๋ยไปซักระยะนึง จะเห็นว่าปุ๋ยเริ่มที่จะมีความนิ่มเพราะการให้น้ำนำร่อง แต่ปุ๋ยก็ไม่ละลายหมด เราก็ทำการให้น้ำอีกครั้ง เพื่อที่จะน้ำเป็นตัวทำให้ปุ๋ยละลาย เมื่อปุ๋ยละลายลงไปในดินหมดแล้ว เราก็หยุดทำการให้น้ำละลายปุ๋ยได้ แต่ถ้าเป็นปุ๋ยที่ละลายน้ำยากเช่นปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด หรือปุ๋ยมูลวัวตากแห้ง ก็ทำการให้น้ำแค่ให้ปุ่ยนั้นได้เปียกและชื้นก็พอ
 
          เพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้นวิธีการใส่ปุ๋ยให้ต้นมะนาวได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว

เทคนิคการใส่ปุ๋ยมะนาว

ใส่ปุ๋ยมะนาว

ใส่ปุ๋ยยูเรียให้มะนาว

          หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ
 

การใส่ปุ๋ยเคมีให้ต้นมะนาว

สร้างใน วันจันทร์, 02 กันยายน 2556 22:41

การใส่ปุ๋ยเคมีให้ต้นมะนาว

 การใส่ปุ๋ยเคมีกับต้นมะนาวนั้นทางสวนมะนาวเมืองจันทร์มีวิธีการใส่ปุ๋ยเคมีให้มีประสิทธิภาพ
         โดยมีหลักเกณฑ์ ในการใส่ปุ๋ยดังนี้คือ
             1.ชนิดของปุ๋ยที่ใช้ถูกต้อง 
              2.ใช้ปุ๋ยในปริมาณที่เหมาะสม
              3.ใส่ปุ๋ยให้พืชขณะที่พืชต้องการ 
              4.ใส่ปุ๋ยให้พืชตรงจุดที่พืชสามารถดึงดูดไปใช้ประโยชน์ได้ง่ายและเร็วที่สุด 
 
              ระยะเวลาการใส่ปุ๋ยในแต่ละครั้ง/ปริมาณปุ๋ยที่ใส่ในแต่ละครั้ง
              สำหรับมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ใส่ห่างกันครั้งละ2-3อาทิตย์ต่อครั้ง /ใส่ครั้งละครึ่งกำมือ
              สำหรับมะนาวแบบลงดินใส่ห่างกันครั้งละ 20วัน/โดยใส่แบบกระจายให้ทั่วในระยะทรงพุ่ม
 
เทคนิคสูตรปุ๋ยที่ให้
           บำรุงต้น
    สูตรปุ๋ยเคมีที่ทางสวนมะนาวเมืองจันทร์ได้ให้กับต้นมะนาวนั้นมีอยู่3สูตรหลักๆในการ บำรุงต้น
    นั่นก็คือ 21-7-14 สูตรนี้ใช้ได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มปลูกในการบำรุงต้นบำรุงใบให้ต้นเจริญเติบโต สูตรนี้
    เหมาะกับผู้ปลูกที่ปลูกขายผล  และสูตร27-6-6กับ 46-0-0 ใส่สลับทั้ง2สูตรนี้ในแต่ละครั้ง กล่าวก็คือ
    ใส่ปุ๋ยสูตร 27-6-6 ในครั้งแรก แล้วก็ใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0ในครั้งที่สองสลับกันไปอย่างนี้เรื่อยๆ การใส่ปุ๋ย
    ทั้ง2สูตรนี้ เหมาะกับการปลูกเพื่อเอากิ่งกระโดงไว้ขยายพันธุ์ 
    
          เร่งการออกดอก
     สูตรปุ๋ยเคมีในระยะจะบังคับให้ออกดอก  ใส่ปุ๋ยสูตร 10-10-30 , 8-24-24 หรือใส่ปุ๋ยที่มีตัวหลังสูง
 
บำรุงผล
    สูตรปุ๋ยเคมีในระยะบำรุงผลขยายผล ใส่ปุ๋ยสูตร 15-5-20 , 16-16-16 เพื่อบำรุงผล
 
          แต่ทั้งนี้ทางสวนไม่ได้ให้ปุ๋ยเคมีกับต้นมะนาวอย่างเดียว ทางสวนยังให้ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยคอก
    กับต้นมะนาวด้วยเพราะการใส่ปุ๋ยเคมีเป็นระยะเวลานานจะเป็นผลเสียกับดิน การใส่ปุ๋ยเคมีมากไปจะ
    ไปทำให้ดินนั้นเป็นพิษควรใส่ปุ๋ยอินทรีย์ปุ๋ยคอกควบคู่กันไป 

  หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ

ปุ๋ยคอก

ปุ๋ยยาร่าสูตร21-7-14

ปุ๋ยเคมี

สร้างใน วันจันทร์, 02 กันยายน 2556 19:35

ปุ๋ยเคมี

          ปุ๋ยเคมี คือ ปุ๋ยที่ได้จากสิ่งไม่มีชีวิต เช่น จากหิน เหมือนแร่ต่างๆ หรือ จากการสังเคราะห์ขึ้นทางวิทยาศาสตร์ เช่น ปุ๋ยยูเรีย แอมโมเนียมซัลเฟตหินฟอสเฟตบด ปุ๋ยเคมีสูตรต่างๆปุ๋ยเคมีจะมีส่วนผสมของธาตุอาหารหลักของพืช (ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส หรือ โปแตสเซียม) ในปริมาณที่เข้มข้นมากกว่าปุ๋ยอินทรีย์จึงทำให้ปุ๋ยเคมีได้รับความนิยมเนื่องจากสามารถใช้ในปริมาณที่น้อยกว่าปุ๋ยอินทรีย์   ถึงแม้ว่าปุ๋ยเคมีจะมีธาตุอาหารพืชเข้มข้นกว่าปุ๋ยอินทรีย์ แต่ปุ๋ยเคมีไม่มีคุณสมบัติในการปรับปรุงโครงสร้างของดินให้โปร่งและร่วนซุยได้ นอกจากนั้นปุ๋ยเคมีส่วนใหญ่มักจะไม่มีธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริม ที่มีในปุ๋ยอินทรีย์ แต่อย่างไรก็ตามในตลาดปุ๋ยเคมีปัจจุบัน มีปุ๋ยเคมีหลายประเภทที่มีการผสมธาตุอาหารรองเข้าไป เพื่อลดปัญหานี้ลง
          สูตรปุ๋ย
          สูตรปุ๋ย คือ ตัวเลข 3 ตัวโดยมีขีดคั่นกลาง เป็นตัวเลขที่ใช้บอกสัดส่วนปริมาณธาตุอาหารหลัก 3 ชนิดของปุ๋ย ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และ โปแตสเซียม ตามลำดับ เช่น ปุ๋ยกระสอบละ 100 กิโลกรัม สูตร 46-0-0 จะมีส่วนผสมเนื้อธาตุไนโตรเจน 46 กิโลกรัม, ปุ๋ย 16-20-0 จะมีส่วนผสมของเนื้อธาตุไนโตรเจน 16 กิโลกรัมและเนื้อธาตุฟอสฟอรัส 20 กิโลกรัม, หรือ ปุ๋ย 15-15-15 จะมีส่วนผสมของเนื้อธาตุไนโตรเจน 15 กิโลกรัม เนื้อธาตุฟอสฟอรัส 15 กิโลกรัม และ เนื้อธาตุโปแตสเซียม 15 กิโลกรัม
          ปุ๋ยบางชนิดจะมีธาตุอาหารรอง (หรือบางครั้งเรียก จุลธาตุ) อยู่ด้วยและมักจะเติมท้ายสูตรปุ๋ยด้วย "TE" ซึ่ง TE ย่อจาก Trace Element ที่หมายถึงจุลธาตุ ในภาษาอังกฤษ
          ปุ๋ยเชิงเดี่ยว
          ปุ๋ยเชิงเดี่ยว หรือ แม่ปุ๋ย คือ ปุ๋ยเคมีที่มีธาตุปุ๋ยอยู่เพียงธาตุเดียว เช่น ยูเรีย มีไนโตรเจนเพียงธาตุเดียว หรือโปรตัสเซียมคลอไรด์ มีโปรตัสเซียมอยู่เพียงธาตุเดียว เป็นต้น
          ปุ๋ยเชิงผสม
          ปุ๋ยเชิงผสม, ปุ๋ยผสม, หรือ ปุ๋ยเบ๊าค์ (ซึ่งมาจากภาษาอังกฤษ Bulk Blending Fertilizer) จะเป็นการผสมของปุ๋ยเชิงเดี่ยว เพื่อให้ได้อัตราส่วนของธาตุอาหารตามที่ต้องการ ซึ่งเป็นการผสมทางกายภาพ เช่น คลุกส่วนผสมของปุ๋ยเชิงเดี่ยวแต่ละชนิดตามน้ำหนัก
         ปุ๋ยเชิงประกอบ
         ปุ๋ยเชิงประกอบ คือ ปุ๋ยเคมีที่ทำขึ้นด้วยกรรมวิธีทางเคมีและมีธาตุอาหารหลักอย่างน้อยสองธาตุขึ้นไป ซึ่งการทำด้วยวิธีทางเคมีจะทำให้ธาตุอาหารในเนื้อปุ๋ยมีความสม่ำเสมอมากกว่าปุ๋ยเชิงผสม แต่โดยทั่วไปปุ๋ยเชิงประกอบก็จะมีราคาที่สูงกว่าด้วย จึงเหมาะกับพืชที่มีความอ่อนไหวต่อสารอาหาร
   
 ปุ๋ยเคมี       ปุ๋ยเคมี       ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ        ปุ๋ยเคมีสูตร 27-6-6   
     ที่มาของข้อมูลจาก เว็บวิกิพีเดีย 
     หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ
คุณอยู่ที่: Home