สวนมะนาวเมืองจันทร์ 5หมู่7 ต.ซึ้ง อ.ขลุง จ.จันทบุรี  www.chanapanmanaw.com 

4 items tagged "คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์"

ทั้งหมด 1 - 4 จาก 4

โรคแคงเกอร์ในมะนาว

สร้างใน วันศุกร์, 11 ตุลาคม 2556 22:53

โรคแคงเกอร์ในมะนาว

โรคแคงเกอร์ ถือว่าเป็น โรคที่สำคัญ ที่สุดของพืชตระกูลส้มต่างๆ เช่น ส้มโอ ส้มสายน้ำผึ้ง ส้มเขียวหวาน ส้มโชกุน รวมทั้งมะนาวด้วย ซึ่ง
หากดูแลและป้องกันโรคแคงเกอร์ไม่ดี โรคแคงเกอร์นั้นจะเข้าทำลายในทุกๆส่วนของต้นมะนาว ไม่ว่าจะเป็น ลำต้น กิ่ง ใบ แลผล หากมีการระบาดรุนแรงสามารถเข้าทำลายกิ่งและลำต้นได้  ทำให้ใบร่วงมาก ต้นโทรม   แคระแกร็น กิ่งแห้งตาย  ผลผลิตลดลง และต้นตายในที่สุด สาเหตุนั้นก็มาจาก เชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas axonopodis pv.citri  
 
     
ลักษณะอาการของโรคแคงเกอร์
ลักษณะอาการ จะเกิดขึ้นได้แทบทุกส่วน ทั้งที่ใบ กิ่งก้าน และผล โดยอาการที่ใบจะมี
    ลักษณะ คือจะเกิดเป็นแผลกลม แล้วจะขยายใหญ่ ฟู นูนคล้ายฟองน้ำ มีสีเหลืองอ่อนถึงสี
    เหลืองเข้ม ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม และจะแตกเป็นสะเก็ด มีวงแหวนสีเหลืองล้อม
    รอบแผล ส่วนอาการที่กิ่งก้าน จะมีแผลฟูนูนสีเหลือง ต่อมาแผลจะแตกแห้งเป็นสีน้ำตาล
    ขยายไปรอบๆ กิ่ง รูปร่างของแผลไม่แน่นอน และไม่มีวงแหวนล้อมรอบ ถ้าเกิดแผลแคง
    เกอร์บนผล อาจทำให้ผลแตกในลักษณะตามขวางได้ เนื่องจากบริเวณแผลเป็นเนื้อตายแห้ง
    แข็งจึงไม่ขยายตามขนาดผล เมื่อต้นมะนาวเป็นโรคนี้มากๆ จะแสดงอาการต้นโทรม แคระ
    แกร็น ใบร่วง ผลผลิตลดลงกิ่งและต้นจะแห้งตายในที่สุด
 
ช่วงที่พบโรคแคงเกอร์ระบาดมากที่สุด
โรคแคงเกอร์ที่พบในสวนมะนาว จะพบมากที่สุดในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม- 
    เดือนตุลาคมของทุกๆปี ซึ่งมีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย Xanthomonas axonopodis
    pv.citri  โดยจะแพร่กระจายไปกับลม น้ำ น้ำฝน หรือกิ่งพันธุ์ที่เป็นโรค นอกจากนี้การเข้า
    ทำลายของแมลง เช่น หนอนชอนใบ จะทำให้เกิดแผล ซึ่งจะเป็นช่องทาง ให้เชื้อแบคทีเรีย
    สาเหตุของโรคแคงเกอร์เข้าทำลายได้ง่าย 
 
การป้องกันและกำจัดโรคแคงเกอร์
การป้องกันและกำจัด สามารถทำได้ด้วยการปลูกด้วยกิ่งพันธุ์ที่ปลอดจาก โรคแคงเกอร์
    และไม่ขยายพันธุ์จากต้นแม่พันธุ์ที่เป็นโรคแคงเกอร์ หมั่นคอยดูแลและตรวจแปลงอย่างสม่ำ
    เสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่พืชกำลังแตกใบอ่อน หรือติดผลอ่อนต้องคอยระวังแมลงที่เป็นพาหะ
    เช่น หนอนชอนใบ ซึ่งจะเข้ามาทำลายใบอ่อนให้เกิดแผล ซึ่งจะเป็นช่องทาง ให้เชื้อแบคทีเรีย
    สาเหตุของโรคแคงเกอร์เข้าทำลายได้ง่าย ในช่วงฤดูฝน หมั่นคอยทำความสะอาดแปลงปลูก
    โดย การตัดแต่งกิ่ง แห้งที่เป็นโรครวมทั้งเก็บใบ และผลที่เป็นโรคออกจากบริเวณแปลงปลูก
    แล้วนำไปเผาทำลายทิ้งนอกแปลงเสียให้หมด 
 
การป้องกันโรคแคงเกอร์ สามารถทำได้ด้วยการฉีดพ่นสารเคมี คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์
    ในอัตรา 15-20 กรัม ต่อน้ำ20 ลิตร โดยทำการพ่นทุก7-10วัน ต่อครั้ง อย่างสม่ำเสมอ โดย
    เฉพาะฤดูฝน  หรือป้องกันโรคแคงเกอร์โดยวิธีการฉีดพ่นด้วย สาร นาโนซิงค์ออกไซด์
    ในอัตรา 50 กรัมต่อน้ำ 200 ลิตร ระยะเวลาในการฉีดพ่นทุก 10-15 วันต่อครั้ง
 

โรคแคงเกอร์ในมะนาว

โรคแคงเกอร์มะนาว

โรคแคงเกอร์ที่พบในมะนาว

ลักษณะอาการของโรคแคงเกอร์

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านได้จาก บทความ ของเว็บไซต์
 

สารจับใบมะนาวเพิ่มประสิทธิภาพในการพ่นยา

สร้างใน วันจันทร์, 07 ตุลาคม 2556 16:09

สารจับใบมะนาวเพิ่มประสิทธิภาพในการพ่นยา

การดูแลรักษาต้น,กิ่ง,ใบ ของต้นมะนาวนั้น ชาวสวนมะนาวก็ต้องพ่นยากันหลากหลายชนิด
ไม่ว่าจะเป็น สารกำจัดแมลง ฮอร์โมนซึ่งสารก็มีทั้งแบบน้ำและแบบผงหรือในรูปแบบปุ๋ยเกร็ด การ
พ่นยาในแต่ละครั้งโดยเฉพาะฤดูฝน หากตัวสารโดนน้ำฝนหรือน้ำค้าง สารก็จะถูกชำระล้างออกไป
ทำให้หมดประสิทธิภาพเร็วกว่าที่ควร ทำให้ต้องพ่นยาใหม่ ซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองระยะเวลาและยาที่
พ่นอีกทั้งทั้งค่าใช้จ่ายการใช้สารจับใบผสมเข้าไปในตัวยาที่ใช้พ่นในสวนมะนาว ก็จะเป็นการเพิ่ม
ประสิทธิภาพของตัวยาที่ใช้พ่น ทำให้สารเกาะติดใบพืชได้นานทนต่อการชะล้างของน้ำฝน ซึ่งก็จะ
เป็นประโยชน์ทำให้ประหยัดระยะเวลาประหยัดตัวยาที่ใช้พ่นไม่ต้องพ่นบ่อยๆ อีกทั้งยังประหยัดค่า
ใช้จ่ายไปด้วย
สารจับใบหรือยาจับใบพืช
สารจับใบ หรือยาจับใบ(surfactant) คือ สารที่ช่วยลดแรงตึงผิว
ของใบพืช เมื่อผสมสารจับใบแล้ว ส่วนผสมของสารเคมีเกษตรกร
ที่มีสารจับใบอยู่ด้วยจะไม่เกาะตัวเป็นหยดน้ำ และไหลหล่นจากใบ
พืช แต่สารเคมีเหล่านี้จะกระจายไปทั่วทั้งใบ ทำให้มีประสิทธิภาพ
ในการแทรกซึมเข้าไปในใบพืชมากขึ้น   และสารจับใบนี้ ซึ่ง
ปัจจุบันมีอยู่หลายยี่ห้อ ซึ่งก็มีราคาไม่แพงมากประมาณกระติกละ
100บาทปริมาณ ลิตร ราคาจากผลิตภัณฑ์ที่ทางสวนได้ใช้อยู่
 
คุณสมบัติของสารจับใบที่ใช้ในสวนมะนาว
 
1. ช่วยให้ยาปราบศัตูพืชต่างชนิดรวมกันดีขึ้น เช่น ยาผง กับยาน้ำ
2. ช่วยลดแรงตึงของผิวละอองน้ำยาที่พ่นทำให้แพร่กระจายกว้าง
    และเปียกสม่ำเสมอ ทั่วพื้นผิวของพืชอย่างรวดเร็ว
3. ช่วยให้สารเคมีที่พ่นจับติดแน่น และมีปริมาณมากกว่า สามารถ
    มองเห็นด้วยตาเปล่า ทำให้น้ำยาไม่ไหลสูญเสียไป
4. ช่วยยืดอายุการออกฤทธิ์ และเพิ่มประสิทธิภาพของสารเคมี
    โดยลดการสูญเสียจากสภาพแวดล้อมเช่น แสงแดด ฝนตก 
    ลม และการให้น้ำ
5. ช่วยลดปริมาณน้ำยาที่พ่น ทำให้ประหยัดและได้ผลเยี่ยม
6. ใช้ได้กับพืชทุกชนิด โดยเฉพาะพืชที่มีผิวมัน ใบนวล ใบคาย
    พืชที่มีขน ซึ่งปกติแล้วน้ำยาจะจับติดยาก
 
วิธีใช้สารจับใบ
 
ใช้ในอัตรา 10-20 ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร ผสมกับน้ำยาปราบศัตรูพืช,
ปุ๋ยเกร็ด,ธาตุอาหารเสริม,หรือปุ๋ยน้ำต่างๆ แล้วจึงค่อยผสมสารจับ
ใบเป็นสารสุดท้ายที่ผสมลงในถังที่พ่น โดยคนให้ยาที่ผสมให้เข้า
กันเสียก่อนแล้วจึงฉีดพ่น แต่ทั้งนี้แต่ละยี่ห้ออัตราการผสมไม่เท่ากัน

สารจับใบมะนาวเพิ่มประสิทธิภาพในการพ่นยา

 

คุณสมบัติสารจับใบมะนาว

 

วิธีใช้สารจับมะนาว

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ 
 

คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์

สร้างใน วันพุธ, 11 กันยายน 2556 22:30

คอปเปอร์ไฮดรอกไซด์

            สารคอปเปอร์ไฮดรอกไซด์  ปัจจุบันถือว่าเป็นสารป้องกันโรคที่สำคัญของมะนาวนั่นก็คือโรคแคงเกอร์ในมะนาวนั่นเอง ซึ่งสารคอปเปอร์ถือว่าเป็นสารที่ได้รับความนิยมในหมู่ชาวสวนมะนาวทั่วประเทศกันเลยทีเดียว เนื่องจากสารคอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดเชื้อรา และแบคทีเรียได้มากชนิด และราคาก็ไม่สูงมาก ซึ่งสารคอปเปอร์ไฮดรอกไซด์ ประกอบด้วยเนื้อทองแดงบริสุทธิ์อยู่มากถึง 50% จึงใช้ป้องกันกำจัดโรคแคงเกอร์ และโรคพืชอื่น ๆ ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา ได้ดีเยี่ยม และยังทนต่อการชะล้างของฝน เพราะอยู่ในรูปไมโครไนซ์ (Micronized Copper Hydroxide) มีอนุภาคเป็นผลึกรูปเข็ม ที่เล็กละเอียดมาก ( 2-4 ไมครอน) จึงสามารถแผ่กระจายครอบคลุมพื้นที่ผิวใบพืชได้มากกว่าสารคอปเปอร์อื่น ๆ จึงออกฤทธิ์กำจัดโรคพืชได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ โดยไม่เป็นอันตรายต่อพืช อัตราใช้น้อย แต่มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัดโรคสูง ละลายน้ำง่าย ไม่อุดตันหัวฉีด และไม่กัดโลหะ หรืออุปกรณ์พ่นสารเคมี
 
 
ประโยชน์ และวิธีใช้ :
 
ส้ม,มะนาว
 
ใช้อัตรา 10-20 กรัม/น้ำ 20 ลิตร เพื่อป้องกันกำจัดโรคแคงเคอร์ โรคสแคป โรคเมลาโนส
โรคแอนแทรคโนส (โรคกิ่งแห้ง) 
 
ระยะห่างในการฉีดพ่น : ควรฉีดพ่น ทุก 7-10วันต่อครั้ง อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะฤดูฝน
 

ที่มาของข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิต : บริษัท โซตัส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ
 

 

นาโนซิงค์ออกไซด์ แก้โรคแคงเกอร์สวนมะนาว

สร้างใน วันอังคาร, 13 สิงหาคม 2556 12:27

นาโนซิงค์ออกไซด์ แก้โรคแคงเกอร์สวนมะนาว

     วันนี้ทางสวนมะนาวเมืองจันทร์ จะขอแนะนำ นาโนซิงค์ออกไซด์ แก้โรคแคงเกอร์ในมะนาวให้เพื่อนๆชาวสวนมะนาวได้รู้จักกัน วิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ร่วมกับศูนย์วิจัยนาโนเทคโนโลยีเพื่อการเกษตร ด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เอาใจเกษตรกรไทย คิดค้นอนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ ฉีดพ่นต้นมะนาวแทนสารเคมีในรูปแบบเดิม ส่งผลให้ผลมะนาวที่ได้มีขนาดใหญ่ขึ้น ผลกลมสวย ผิวเขียวมันเงางาม ไม่พบรอยจุดนูนสีน้ำตาลตามผล และไม่ถูกทำร้ายจากเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคแคงเกอร์ในมะนาวอีกต่อไป
 
      นางธนภร ธนภัทรเดชา เจ้าของสวนมะนาวธนพร ต.วังยาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ที่กำลังเจอกับโรคแคงเกอร์ระบาดพูดถึงปัญหาใหญ่ของชาวสวนมะนาว ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียเข้าระบาดทำให้ใบหงิกงอ-เหลือง-ร่วง...โรคนี้ระบาดเมื่อไรทำให้หนอนแมลง รบกวนง่าย ต้องพ่นยาวันเว้นวัน แม้จะฉีดยาหลายขนานกันหนอนแมลง แต่ผลผลิตไม่ดี ลูกออกมาผิวจะหนาด้าน น้ำน้อย ต้องขายเป็นกิโลฯ รายได้ตก ที่ผ่านมา ธนภร ต้องแก้ปัญหาด้วยการซื้อคอปเปอร์ไฮดรอกไซด์กับคอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ มาฉีด...ลงทุนแพงแต่ก็เอาไม่อยู่ เจ๊งกันไปหลายราย เพราะมะนาว 60 ไร่ ต้องซื้อสารเขียวเดือนละ 36,000 บาท ทุกเดือน 
 
 
    ซึ่งพอศูนย์วิจัยเกษตรด่านช้าง ได้แจ้งมายังเกษตรกรว่ามีโครงการให้เกษตรกรได้มาเรียนรู้วิธีการปลูก
  มะนาวอย่างมี ประสิทธิภาพ ตนเองจึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการทันที โดยได้นำแปลงมะนาวจำนวนกว่า
  60 ไร่ เข้ารับการทดลองปลูกโดยใช้อนุภาคนาโนซิงค์ออกไซด์ฉีดพ่นสารเคมีแบบดั้งเดิมที่เคยใช้อยู่
  ปรากฎว่า หลังจากที่ได้เริ่มทดลองเพียง 3 เดือน เริ่มเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ของผลผลิตที่ได้ทั้ง
  ในเรื่องของคุณภาพและปริมาณ อีกทั้งต้นทุนในการปลูกก็ลดลงด้วย จากเดิมมีต้นทุนในการปลูกต่อไร่
  ประมาณ 100บาท  

 

    หลังจากที่มีการใช้อนุภาคนาโนฯ ทำให้ต้นทุนที่ใช้ลดลง เหลือเพียง 25 บาทต่อไร่ต่อรอบการฉีดพ่น
  สารเคมี และคุณภาพของผลมะนาวก็ดีขึ้น ทำให้คนที่มารับจากสวนไปขาย ก็ให้ราคาตามมาตรฐานของ
  สวน โรคแคงเกอร์ที่เคยระบาดในมะนาวก็ไม่เกิดขึ้นอีก อีกทั้งยังสามารถให้ผลผลิตได้เพียงพอกับความ
  ต้องการในท้องตลาด ซึ่งสามารถสร้างรายได้โดยเฉลี่ยเดือนละกว่า 100,000 บาท
 
   สำหรับเกษตรกรและประชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วิทยาลัยนาโน
  เทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กรุงเทพฯ
  เบอร์โทรศัพท์ 02-329-800 ต่อ3034  หรือศูนย์วิจัยนาโนเทคโนโลยีเพื่อการเกษตร ด่านช้าง จังหวัด
  สุพรรณบุรี เบอร์โทรศัพท์ 02-3298000 ต่อ 3076 หรือเข้าไปที่    www.nano.kmitl.ac.th
                                  ที่มา :   www.nano.kmitl.ac.th     http://news.thaipbs.or.th     http://www.thairath.co.th
                                  หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทควา
คุณอยู่ที่: Home