17 items tagged "การให้น้ำมะนาวอย่างถูกวิธี"

ทั้งหมด 1 - 5 จาก 17

ซีเอ็นเรโช หลักวิธีบังคับดอกเพื่อทำมะนาวนอกฤดู

สร้างใน วันศุกร์, 28 กุมภาพันธ์ 2557 21:00

ซีเอ็นเรโช หลักวิธีบังคับดอกเพื่อทำมะนาวนอกฤดู

  ซีเอ็นเรโช คืออะไรและทำไมถึงเกี่ยวกับการทำมะนาวนอกฤดู วันนี้ทางสวนมะนาวเมืองจันทร์จึง
    ขอแนะนบทความนี้เกี่ยวกับเรื่องของ ซีเอ็นเรโช ให้เพื่อนๆชาวสวนมะนาวและเพื่อนเกษตรกรทั้งหลาย
   ได้รู้จักกัน
  ซีเอ็นเรโช หมายถึง  ซี (C) = คาร์บอน    เอ็น (N) =ไนโตรเจน   เรโช (ratio) = สัดส่วน
    สรุปก็คือ สัดส่วนของค่าคาร์บอนและค่าไนโตรเจน
  ค่าสัดส่วนของคาร์บอนและไนโตรเจน ถ้าค่าตัวเลขอยู่ไกล้กัน = ซีเอ็นเรโชแคบ
  ค่าสัดส่วนของคาร์บอนและไนโตรเจน ถ้าค่าตัวเลขอยู่ห่างกัน  = ซีเอ็นเรโชกว้าง
    ค่า คาร์บอน(C)ได้มาจากค่าวิเคราะห์คาร์โบไฮเดรตในพืช  ซึ่งก็คือน้ำตาลและแป้งทั้งที่พืชสร้างขึ้น
    หรือได้รับจากการฉีดพ่นก็ตาม เอ็น(N) หรือไนโตรเจน ได้มาจากการวิเคราะห์หาไนโตรเจนรวมในพืช
    ไม่ว่าจะได้จากการดูดขึ้นมาจากดินหรือการฉีดพ่นให้ทางใบก็ตาม
 
  ผลที่ต้นมะนาวได้รับจากค่าซีเอ็นเรโช
    ซีเอ็นเรโชแคบ หากต้นมะนาว มีค่าสัดส่วน ซีเอ็นเรโชแคบ นั่นก็หมายถึง ต้นมะนาวได้รับไนโตรเจน
    จากการที่เราใส่ปุ๋ย ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยเคมี,ปุ๋ยอินทรีย์,ปุ๋ยทางใบ,หรือพืชดึงขึ้นมาใช้จากดินก็ตาม ต้นมะ
    นาวนั้นจะแสดงผลให้เห็น นั่นก็คือ ต้นมะนาวนั้นจะแตกยอดแตกใบอ่อน ทำให้เกิดการออกดอกของ
    ต้นมะนาวนั้นเป็นไปได้ยาก
    ซีเอ็นเรโชกว้าง หากต้นมะนาว มีค่าสัดส่วน ซีเอ็นเรโชกว้าง นั่นก็หมายถึง ต้นมะนาวมีค่าไนโตรเจน
    ต่ำหรือน้อย จากการที่งดให้ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสูงหรือต้นมะนาวได้ถูกทำการงดน้ำ จนทำให้น้ำในดิน
    น้อยและไม่สามารถไปทำการละลายไนโตรเจน จนทำให้ต้นมะนาวไม่สามารถดึงธาตุไนโตรเจนขึ้นไป
    ใช้ได้ แต่ คาร์บอน พืชยังสามารถสร้างได้โดยการสังเคราะห์แสงจากแดด  ผลที่ได้จาก ค่าซีเอ็นเรโช
    กว้าง จะทำให้ต้นมะนาวนั้นจะทำการออกดอกนั้นเป็นไปได้สูง ซึ่งก็เหมือนกับวิธีที่เพื่อนๆชาวสวนมะ
    นาวได้ทำ ในวิธี การที่บังคับให้มะนาวออกนอกฤดู  แต่หลักการนี้ไม่ใช่มีเพียงแต่ต้นมะนาวเท่านั้น
    กับผลไม้อื่นๆที่ทางสวนมะนาวเมืองจันทร์ได้ทำมา ก็ใช้หลักซีเอ็นเรโช เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น มังคุด,
    ลองกอง,ทุเรียน ก็ล้วนแล้วแต่ใช้หลัก ซีเอ็นเรโช เหมือนกัน ทำให้ ผลไม้ในจังหวัดจันทบุรี ไม่ว่าจะ
    เป็น ทุเรียน,มังคุด,ลองกอง,  จึงออกดอกติดผลและเก็บเกี่ยวได้ในช่วงหน้าแล้ง ของๆทุกๆปี 

งดน้ำให้ต้นมะนาว

 

มะนาวเริ่มขาดน้ำและไนโตรเจน

 

มะนาวเริ่มออกดอก

  หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ
 

 

วิธีดูแลมะนาวเบื้องต้น

สร้างใน วันอังคาร, 03 ธันวาคม 2556 16:22

วิธีการดูแลมะนาว

การดูแลต้นมะนาวนั้น ทางสวนมะนาวเมืองจันทร์ มีวิธีการหลักๆในการดูแลดังนี้
 
   – การให้น้ำ การปลูกมะนาว ในระยะแรก ควรให้น้ำมะนาว อาทิตย์ละ 2-3ครั้ง
     โดยการให้ครั้งละ15-20นาที ถ้าปลูกตรงกับช่วงฤดูฝนไม่จำเป็นต้องให้น้ำเลย
 
   – วัชพืช    หมั่นคอยดูแลโคนต้นบริเวณทรงพุ่มและพื้นที่ในการปลูกมะนาว
      ไม่ควรจะปล่อยให้มีหญ้าขึ้นรก เนื่องจากพวกวัชพืชเหล่านี้จะคอยแย่งธาตุอาหารจาก
      ต้นมะนาวไปซึ่งจะทำให้ต้นมะนาวมีใบเป็นสีเหลือง ควรที่จะกำจัดโดยการ ดายหญ้า
      ตัดหญ้า บริเวณทรงพุ่มให้สะอาดเรียบร้อยอยู่เสมอ
 
   – ศัตรูพืช   มะนาวในระยะแรก ถ้ามีการแตกยอดอ่อนขึ้นมา มักจะมีหนอน,เพลี้ย
      เข้ามาทำลายใบอ่อนโดยการกัดกินดูดน้ำเลี้ยง ซึ่งจะทำให้ยอดอ่อนของมะนาวนั้นเสียหาย
      ให้พ่นยาป้องกันแมลงในระยะที่แตกยอดอ่อนไปจนถึงใบเป็นเพลาด โดยพ่นห่างกันครั้งละ
      7-10วัน ในอัตราส่วนที่ระบุข้างขวด  โดยทางสวนมะนาวเมืองจันทร์ ใช้สารกำจัดแมลงที่ชื่อ
      อะบาเม็กติน     สำหรับกำจัดหนอน ที่ชอบมากัดกินยอดอ่อน-ใบอ่อน
      คาโบซันแฟน    สำหรับกำจัด เพลี้ย ที่มาดูดน้ำเลี้ยงจากใบ ทำให้บิดเบี้ยว
      อิมิดาคลอพริด   ยี่ห้อ โปรวาโด ในการกำจัด พวกแมลงปากดูดทั้งหลาย
      โพรพาร์ไกต์      ยี่ห้อ โอไมท์ 57 ใช้ในการกำจัด ไรแดง
      โดยที่ทางสวน จะดูว่าช่วงเวลาไหนที่แมลงหรือศัตรูพืชชนิดใดระบาดหนัก
      ก็จะใช้ยาตัวนั้นกำจัดให้ตรงกับแมลงหรือศัตรูพืชนั้นๆ
 
  – การใส่ปุ๋ย   หลังจากปลูกมะนาวได้1เดือน ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 21-7-14 หรือ 27-6-6
     โดยใส่เดือนละ1-2ครั้ง ครั้งละครึ่งกำมือ โดยใส่ไม่ให้ชิดบริเวณโคนต้นมากเกินไป
     ก่อนใส่ให้ทำการให้น้ำให้ดินชุ่มก่อน แล้วจึงค่อยทำการใส่ปุ๋ยลงไป หลังจากนั้น
     ก็ทำการให้น้ำเพื่อให้ปุ๋ยละลายอีกครั้ง
   
     และนี่ก็คือหลักวิธีการดุแลต้นมะนาวแบบง่ายๆ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
     ให้หาอ่านได้จาก บทความ ของเว็บไซต์ได้ครับ

ใส่ปุ๋ยมะนาววงบ่อซีเมนต์

สารกำจัดแมลงในสวนมะนาว,หนอน,ศัตรูพืช,เพลี้ยไฟ,ไรแดง,หนอนชอนใบ,

พ่นยามะนาว,อะบาเม็กติน,สารเคมี,กำจัด,ศัตรูพืช,หนอนชอนใบ,

ระบบน้ำมะนาวในวงบ่อซีเมนต์

สร้างใน วันอังคาร, 19 พฤศจิกายน 2556 19:22

ระบบน้ำมะนาวในวงบ่อซีเมนต์

ระบบน้ำสวนมะนาวที่ปลูกในวงบ่อซีเมนต์นั้น จะมีความแตกต่างจากระบบน้ำของสวนมะนาวที่
    ปลูกแบบลงดิน ในเรื่องของวัสดุอยู่หลายอย่าง ทั้งนี้มะนาวที่ปลูกในวงบ่อซีเมนต์ มีพื้นที่ของวงบ่อ
    ซีเมนต์เป็นพื้นที่จำกัด โดยปกติวงบ่อซีเมนต์ที่ใช้ปลูกมะนาวนั้น ส่วนใหญ่หลายๆสวนจะใช้ขนาด
    80x40 เซนติเมตร. หรือใหญ่กว่าสูงกว่าขนาด 80x40เซนติเมตร.  ดังนั้นหากใช้ระบบน้ำระบบเดียว
    กับมะนาวที่ ปลูกแบบลงดิน ซึ่งมีรัศมีแรงเหวี่ยงของน้ำออกไปไกล จะทำให้ การให้น้ำ มะนาวใน
    วงบ่อซีเมนต์นั้น เลยออกนอกวงบ่อ วันนี้ทางสวนเลยขอพูดถึงระบบน้ำมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ของ
    ทางสวนเอง เพื่อพอที่จะเป็นแนวทางให้กับผู้ที่คิดกำลังจะปลูกมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ได้ศึกษากัน

ราคาวัสดุระบบน้ำสวนมะนาวในวงบ่อซีเมนต์
 
• ท่อPVC ขนาด 2นิ้ว ความยาว 4เมตร ราคาเส้นละ 80 บาท
• ท่อPE
ขนาด 20มิลลิเมตร ความยาว 200 เมตร ราคาขดละ 590 บาท
• สายไมโคร ขดละ 150 บาท
• เสาปัก
เสาปักหัวน้ำมินิสปิงเกอร์ เสาละ 2.50 บาท
• หัวมินิสริงเกอร์ หัวละ 4.5 บาท
• ตัวเจาะรู
สำหรับเจาะรูท่อPE ราคา 80 บาท
• ข้อต่อ ระหว่างสายไมโคร pe กับท่อ PE ราคาตัวละ 1บาท
• ข้อต่อ ระหว่างหัวมินิสปิงเกอร์ กับสายไมโคร ราคาตัวละ 1บาท
 
ระบบน้ำในสวนมะนาวนั้น ทางสวนได้ใช้ปั๊มน้ำหอยโข่งเป็นเครื่องสูบน้ำ จากแหล่งน้ำภายในสวน
    และมีระะบบน้ำบาดาลไว้สำรองในกรณีฤดูแล้งที่แหล่งน้ำไม่เพียงพอ บางสวนที่มีแหล่งน้ำไม่เพียงพอ
    ก้ใช้วิธี ทำแทงค์เก็บน้ำแล้วสูบน้ำขึ้นแทงค์น้ำ แล้วเวลาที่ต้องการให้น้ำมะนาวก้ปล่อยออกมาจากทาง
    แทงค์น้ำโดยมีวาล์วเปิดปิดเป็นตัวควบคุมแรงดันน้ำ
 
 ขั้นตอนการต่อระบบน้ำมะนาวในวงบ่อซีเมนต์
 
1. การเดินท่อจากปั๊มน้ำ ทางสวนใช้ท่อpvc เริ่มตั้งแต่ขนาดท่อpvc ขนาด 3นิ้ว และลดระดับลงมา
    เรื่อยๆ ลงมาเหลือ2นิ้วจนเหลือ1นิ้วครึ่ง โดยใส่ประตูเปิดปิดน้ำในท่อเมนหลัก1ตัว เพื่อควบคุมแรงดันน้ำ
2เดินท่อpvc ผ่านทางหัวแถวของต้นมะนาวแต่ละแถว
3. หลังจากนั้นก็ทำการใส่ท่อpvcแยก3ทางแยกออกไปเป็นท่อpeขนาด20มิลลิเมตร แยกไปตาม
    แถวของต้นมะนาวแต่ละแถว โดยใช้เป็นท่อpeขนาด20มิลลิเมตร
4. เมื่อถึงวงบ่อแต่ละวงบ่อก็ทำการเจาะรูสายpe โดยใช้ตัวเจาะสายpe ให้ทำการต่อสายไมโคร
    เข้ากับสายpe โดยใช้ข้อต่อ ต่อสายเข้าหากัน
5. ทำการต่อหัวน้ำมินิสปิงเกอร์เข้ากับสายไมโครในอีกด้านหนึ่ง
6. ใช้ขาปักหัวน้ำมินิสปิงเกอร์ปักไว้บนวงบ่อซีเมนต์ ทำอย่างนี้ทุกๆวงบ่อจนหมดแปลง
 
เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนการวางระบบน้ำของสวนมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ สิ่งสุดท้ายก็ทำการทดสอบ
    ระบบน้ำดูว่าเลยออกนอกวงบ่อซีเมนต์ไหม ถ้าน้ำแรงไปก็ต้องปรับที่วาล์วเพื่อควบคุมแรงดันน้ำให้พอดี
    กับวงบ่อซีเมนต์ หากมีสิ่งแปลกปลอมอุดตันหัวน้ำก้ให้ทำการแก้ไข

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจาก บทความ ภายในเว็บไซต์ของสวนได้

1.ใส่วาล์วควบคุมแรงดันน้ำ

2.เดินท่อpvcไปตามหัวแถว

3.ใส่ท่อpeแยกไปตามแถว

4.เจาะรูท่อpeเพื่อต่อสายไมโครขึ้นวงบ่อ

5.ต่อชุดหัวมินิสปิงเกอร์เข้ากับสายไมโคร

6.ปักชุดหัวน้ำไว้วงบนวงบ่อซีเมนต์

โรคเมลาโนสหรือโรคราน้ำหมากในสวนมะนาว

สร้างใน วันเสาร์, 09 พฤศจิกายน 2556 19:03

โรคเมลาโนสหรือโรคราน้ำหมากในสวนมะนาว

วันนี้ทางสวนจะขอพูดถึง โรคเมลาโนสหรือโรคราน้ำหมากในสวนมะนาวที่ได้เกิดขึ้นกับต้นมะนาวแป้น
  พิจิตร1 ของทางสวนเอง โดยอาการของโรคนี้ จะมีอาการใบเป็นจุดด่างๆ หรือเป็นกระ ที่บริเวณผิวใบ มะนาว
  และเป็นเหมือนคราบน้ำหมากเป็นจุดๆสีน้ำตาลที่บริเวณใต้ใบของมะนาว โดยอาการนี้เริ่มพบในช่วง ปลายฤดู
  ฝน โดยเฉพาะใบที่อยู่ใกล้กับโคนต้น หรือใบที่โดนแสงแดดส่องไม่ถึง   ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้พบโรคเมลาโนส
  หรือโรคราน้ำหมากระบาดในช่วงนี้ ซึ่งทางสวน ก็ได้ทำการตัดแต่งกิ่งมะนาว และใบมะนาวที่เป็นออก แล้ว
  ก็ได้ทำการพ่นยาป้องกันโรคนี้ เพื่อป้องกันยอดชุดต่อไปจะได้ไม่เป็นโรคนี้อีก โดยปกติโรคนี้จะเป็นเฉพาะใบ
  ที่เพสลาดจนถึงใบที่แก่ ส่วนใบอ่อนของมะนาวทางสวนไม่พบโรคนี้
 
ซึ่งลูกค้าหลายท่านที่ปลูก มะนาวแป้นพิจิตร1 ทั้งที่เดินทางมาเยี่ยมชมสวนและชาวสวนมะนาว
  หลายท่านที่ได้พูดคุยกัน ต่างก็บอกว่าเป็นโรคนี้เหมือนกันแต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไรจะแก้ยังไง บางท่านก็
  ตีความไปว่าเป็น โรคแคงเกอร์ในมะนาว ซึ่งโรคเมลาโนสหรือโรคราน้ำหมากนี้บริเวณที่เป็นแผลจะไม่มี
  ความนูนเป็นสะเก็ดเหมือนกับโรคแคงเกอร์ วันนี้ทางสวนเลยขอพูดถึงโรคเมลาโนสหรือโรคราน้ำหมาก
  ในสวนมะนาว ว่าเป็นอย่างไรให้เพื่อนๆชาวสวนมะนาวได้รู้จักกัน

โรคเมลาโนส หรือโรคราน้ำหมาก
  โรคเมลาโนส หรือโรคราน้ำหมาก เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา Cercospora citri พบระบาดมากในฤดูแล้ง หรือ
  ประมาณเดือนตุลาคมถึงเมษายน โรคนี้มักเกิดกับใบที่เริ่มเพสลาด โดยเกิดตุ่มคล้ายกระดาษทรายน้ำ หรือ
  เกิดรอยเปื้อนคล้ายน้ำหมากบนใบ โดยเฉพาะด้านใต้ใบ และอาจเกิดกับกิ่งทำให้แห้งตายจากปลายกิ่งได้
 
การป้องกันกำจัด
  1. ตัดแต่งกิ่ง และทรงพุ่มของต้นมะนาวไม่ให้รกทึบ
  2. หากพบโรคในระยะแรกเริ่มและไม่มีการระบาดมาก ควรรีบตัดกิ่งที่เป็นโรคและเผาทำลาย
ฉีดสารเคมี
      ป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น ซีเนบ มาเนบ หรือแมนโคเซบ เพื่อป้องกันการระบาดของโรค
  3. ในกรณีที่เกิดการระบาดของโรค ควรใช้สารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อราโพรพิเนบ คลอโรทาโลนิล หรือ
      คาร์เบนดาซิม ฉีดพ่นประมาณ 7 - 10 วัน/ครั้ง ฉีดพ่น 2 - 3 ครั้งติดต่อกัน

โรคเมลาโนสอาการที่เกิดบริเวณใต้ใบ

 

โรคเมลาโนสอาการที่เกิดบริเวณผิวใบ

 

โรคเมลาโนสหรือโรคราน้ำหมากในมะนาว

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ 
 

การทำมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์

สร้างใน วันอาทิตย์, 13 ตุลาคม 2556 15:23

การทำมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์

เทคนิคการทำมะนาวนอกฤดูในวงบ่อซีเมนต์ 
 
สำหรับการทำมะนาวนอกฤดูนั้น ต้นมะนาวที่จะบังคับให้ออกดอกนอกฤดูต้องมีอายุตั้งแต่8เดือน
     ถึง1ปีขึ้นไป จึงจะสามารถบังคับให้ออกดอกนอกฤดูได้ โดยมีวิธีขั้นตอนการปฎิบัติดังนี้
 
1. เดือนมิถุนายน-กันยายน 
     มะนาวนั้นจะออกดอกและติดผลในฤดูกาลจำนวนมาก ควรปลิดดอกและผลอ่อนและผลแก่
     ออกให้หมด และควรบำรุงต้นให้สมบูรณ์ด้วยปุ๋ยเคมีสูตร 16-20-0 ,15-15-15 , หรือสูตร
     16-16-16 ในอัตรา 100-150 กรัม ต่อต้น  และควรบำรุงใบให้สมบูรณ์ในช่วงเดือนกันยายน
     ด้วยการใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 8-24-24 ในอัตรา 100-150 กรัม ต่อต้น
 
2. เดือนกันยายน-เดือนตุลาคม
        2.1 นำถุงผ้าพลาสติกกันฝน หรือถุงใส่ขยะสีดำเบอร์ใหญ่ ขนาดกว้าง1-1.5เมตร ยาว1.5-2เมตร
     มาคลุมรอบวงบ่อซีเมนต์ โดยให้ชายด้านหนึ่งมัดติดกับโคนต้นมะนาว สูงจากพื้นดินปากบ่อ
     20-30 เซนติเมตร คลุมไว้ประมาณ 15-20 วัน
        2.2 หลังจากคลุมผ้าพลาสติก 15-20 วัน ใบมะนาวจะเริ่มเหี่ยว ใบสลด อาจมีใบร่วงมาก หรือใบ
     เหี่ยวประมาณ 75-80%  ให้น้ำถุงผ้าพลาสติกออก
        2.3 หลังจากนั้นให้ทำการให้น้ำพร้อมกับให้ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 หรือปุ่ยที่มีธาตุอาหารฟอสฟอ
     รัส (P)ปุ๋ยที่มีค่าตัวกลางสูง เพื่อกระตุ้นและเร่งการออกดอกของมะนาว ในอัตรา 100-150
     กรัมต่อต้น 
 
3. เดือนพฤศจิกายน
         หลังจากที่เริ่มให้น้ำและปุ๋ยประมาณ 2สัปดาห์ ต้นมะนาวจะเริ่มผลิตาดอก หรือเริ่มติดดอกออกผล
     ในระยะนี้ต้องระวังป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูมะนาวโดยเฉพาะ เพลี้ยไฟ,ไรแดง,หนอนชอนใบ
 
4. เดือนพฤศจิกายน-เดือนเมษายน
         หลังจากที่มะนาวเริ่มติดดอกออกผลแล้ว ให้บำรุงผล โดยการใส่ปุ่ยเคมีสูตรเสมอ 16-16-16 
     ในอัตรา 100-150 กรัม ต่อต้น โดยแบ่งใส่สองครั้ง ในเดือนพฤศจิกายน และเดือนมกราคม
     และทำการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ให้ธาตุอาหารเสริมทางใบที่จำเป็นทุกครึ่งเดือน และดูแล
     ป้องกันโรคและแมลงด้วยการฉีดพ่นสารเคมีทุก7-10วัน ต่อครั้ง และทำการหยุดใช้สารเคมีก่อน
     เก็บเกี่ยวผลผลิตประมาณครึ่งเดือนสุดท้ายแล้วจึงค่อยทำการเก็บเกี่ยวผลมะนาว ข้อสังเกตุผลแก่
     เก็บเกี่ยวได้ ผลมะนาวจะมีลัษณะเปลือกบางใส สีอ่อนกว่าผลที่ยังไม่แก่
 
5.เดือนพฤษภาคม
         หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิต ให้ทำการบำรุงดูแลให้ต้นสมบูรณ์เพื่อการทำมะนาวนอกฤดูในครั้งถัดไป
     ด้วย การตัดแต่งกิ่งมะนาวใส่ปุ๋ยคอก เติมดินในวงบ่อซีเมนต์ และใส่ปุ๋ยสูตรเคมีเสมอ 16-16-16 

แหล่งข้อมูลจากเอกสารการทำมะนาวนอกฤดูจาก: ศวพ.ระยอง , ศวพ.พิจิตร
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมให้หาอ่านจากบทความของเว็บได้ที่  >> บทความ

 

 

ตารางการทำมะนาวนอกฤดู